อบรมการสื่อสาร อบรมทักษะการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล

THINK ON YOUR FEET®

Effective Communication: Leadership Competency

 สร้างความเป็นผู้นำในระดับสากล การโน้มน้าวงานให้เกิดผล

การโน้มน้าวใจคนให้มุ่งมั่น

ภายใต้ความหลากหลาย และวัฒนธรรมที่แตกต่าง

ทักษะการคิดอย่างมีผลิตภาพ สร้างสรรค์

และทักษะการสื่อสารสำคัญอย่างไร

ก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ ASEAN Economic Community (AEC) องค์กรมากมายต่างหันมาให้ความสำคัญและเตรียมความพร้อมให้ผู้บริหารและบุคลากร ในการเพิ่มสมรรถนะด้านการสื่อสาร ที่นำไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกๆวัฒนธรรมและภาษา

ถึงแม้ทักษะด้านการสื่อสารที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติหาได้ยาก  แต่ทักษะหนึ่งที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายใน สิงค์โปร์ มาเลเซีย อินโดเนเซีย จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง องค์กรหลายๆแห่งในประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญด้านนี้มานานแล้ว ก็คือทักษะการคิดและสื่อสาร ที่คุ้นๆหู นั่นคือ  Think on Your Feet® นั่นเอง

ทักษะนี้มีการอบรมอย่างแพร่หลายในประเทศต่างๆที่กล่าวมา นอกจากมีการอบรมเป็นภาษาอังกฤษแล้ว ก็มีการใช้หลักการเดียวกันสอนเป็นภาษาของชาตินั้นอีกด้วย  อันที่จริงไม่ได้มีการสอนในเอเซียเท่านั้น  ในประเทศต่างๆข้ามทวีปไปก็มีถ้วนทั่ว เช่น ออสเตรเลีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

ด้วยเอกลักษณ์ ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในทุกวัฒนธรรม และระดับสากล ปีที่ผ่านมาหลักสูตรนี้ได้รับรางวัล Global Reach Award ที่ประเทศแคนาดา อีกด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติมในการอบรมการสื่อสารขั้นสูง:

MORE INFORMATION ABOUT

THINK ON YOUR FEET®

อบรมทักษะการสื่อสาร หลักสูตรการสื่อสารอย่างมีประสิทธิผล

Think on Your Feet® คืออะไร

ผู้คิดค้นหลักการนี้ขึ้นมาคือ ดร. คีท สไปเซอร์ ท่านตั้งชื่อให้ดึงดูดใจนั่นเองนะคะ  Think on Your Feet® ให้ทักษะในการคิดและสื่อสาร เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจง่ายๆ เพื่อให้ผู้สื่อสารสามารถสื่อสารและจูงใจภายใต้ภาวะกดดันได้  เพื่อให้กล้าแสดงออก และเพื่อกล้าแสดงความคิดเห็นถึงแม้จะคิดต่างกัน

ที่สำคัญ หลักการต่างๆนี้ เป็นที่ยอมรับในนานาประเทศว่าช่วยประหยัดเวลา ช่วยประหยัดเงินที่ต้องเสียไปเพราะไม่เข้าใจกัน เพราะวกวน เพราะพูดยาวไป  เพราะไม่รู้จะพูดอย่างไร (มาคิดออกทีหลัง)  หรือเพราะอึ้งกับคำถามและสถานการณ์อยู่  เป็นที่ยอมรับว่าการคิดและสื่อสารแบบ Think on Your Feet® ยังช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับทั้งลูกค้าภายในและภายนอกองค์กร

ผู้บริหารที่เรียนไปแล้วสรุปให้ด้วยว่า “Clarity is money™” การนำไปใช้ ไม่ใช่ดีต่อการพูดเท่านั้น แต่ยังช่วยในการเขียน การสรุปประเด็นอย่างรวดเร็วในการอ่านและการฟังได้อีกค่ะ

Think on Your Feet® กับการเพิ่มศักยภาพระดับบุคคล

คนเราปัจจุบันมีข้อมูล มีความรู้ และเข้าหาแหล่งข้อมูล ความรู้ได้มากขึ้น   บางครั้งเราจึงคิดซับซ้อน จนทำให้เราขาด “Talent of Simplicity” ในการถ่ายทอด พูดเรื่องยากให้ผู้อื่นเข้าใจง่ายๆไม่ได้

การฝึกทักษะการสื่อสารที่ดีควรเริ่มจากการฝึกวางความคิดให้เป็นระบบง่ายๆก่อน เพราะคนเราจะสื่อสารให้ชัดเจนได้ มาจากการคิดที่ชัดเจนก่อน เมื่อทำให้ผู้อื่นเข้าใจได้ง่ายๆ การโน้มน้าวก็จะทำได้เร็วขึ้น

สำหรับผู้นำ ทักษะด้านนี้ทำให้ผู้รับข้อมูลนำสิ่งที่ได้รับ ที่ได้ฟัง ไปปฏิบัติได้ เข้าใจได้ และสร้างผลลัพธ์ของงานได้ ผู้นำที่มีทักษะด้านนี้จึงดูมีสง่า ราศี และมีทักษะในการพูดและการโน้มน้าวผู้อื่น บุคลิกภาพด้านนี้ และการโน้มน้าวงาน การโน้มน้าวใจ ภายใต้ความหลากหลาย และวัฒนธรรมที่แตกต่างจะมีความจำเป็นมากขึ้นทุกวันในการบริหารงานและคน

Think on Your Feet® กับการเพิ่มศักยภาพระดับทีมงาน

ในองค์กร การทำงานข้ามสายงานเป็นเรื่องปกติ เมื่อเป้าหมายและกระบวนการของทีมมีความแตกต่าง ก็มักเกิดปัญหาในการสื่อสารภายใต้ความขัดแย้ง ถ้าเราเป็นคนกลางเราจะนำความแตกต่างนั้นมาสร้างพลังเสริม (synergy) อย่างไร การใช้การสื่อสารมาบริหารจัดการความขัดแย้งเริ่มต้นจากการฟังและจับประเด็นอย่างเข้าใจก่อน ไม่ใช่การพูดและโต้ตอบ ถ้าก้าวแรกพลาดแล้ว ความขัดแย้งคงไม่จบลงง่ายๆ เสียเวลาและอารมณ์ของทุกฝ่าย คำพูดที่โต้ออกมาว่า “เข้าใจ เข้าใจ”  ถ้าเราใช้เพราะเขาบอกมาว่าให้เราพูดแบบนี้ โดยไม่เริ่มจากฟังก็ไม่ต่างอะไรจากการไม่ฟัง และผู้อื่นยังจับไต๋ได้อีกว่าใช้จิตวิทยามาครอบงำฉัน ความไว้วางใจ (Trust) ยิ่งสั่นคลอน ความขัดแย้งจากเล็ก อาจกลายเป็นใหญ่

อีกประการหนึ่ง การแบ่งพวกแบ่งทีมในองค์กรกันเองบางครั้ง ก็มาจากความรู้สึกแตกต่างในด้านวัฒนธรรมการสื่อสาร เช่นฝรั่งบอกคนไทยไม่กล้าบอกออกมาตรงๆ (Passive) คือเป็นวัฒนธรรมตามคำบอกที่ว่า “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง”  คนไทยก็ว่าฝรั่งพูดแรง (Aggressive) อันที่จริงเราสรุปว่าไทยเป็นเช่นนั้น ฝรั่งเป็นเช่นนี้ไม่ได้ จากประสบการณ์การจัด Team Synergy (Team Building) ให้บางองค์กร เจอสถานการณ์ที่กลับกันก็มี การสื่อสารที่ช่วยได้คือการคิดและสื่อสารแบบ Assertive จะฝึกทักษะนี้ก็เช่นกัน ต้องมาจากความคิดก่อนแล้วจึงพูดได้ ถ้าไม่มาจากความคิดจริงๆ พูดออกมาไม่เนียนแล้วก็จะถูกเข้าใจว่า เป็น Aggressive ได้ เริ่มจากจัดวางความคิดให้ถูกก่อนค่ะ

Think on Your Feet® กับภาพลักษณ์ขององค์กร

การสื่อสารของผู้ที่เป็นตัวแทนขององค์กรส่งผลโดยตรงกับภาพลักษณ์ขององค์กร ส่วนใหญ่ท่านที่เป็นตัวแทนก็มักเจอสถานการณ์แบบไม่ได้ตั้งตัว คือยิงคำถามสด คำถามก่อกวน คำถามไม่สร้างสรรค์  จะตอบแรงไปก็ไม่ดีต่อภาพลักษณ์ขององค์กรเป็นแน่  บางสถานการณ์เราก็รอให้รวบรวมสติกลับมาแล้วค่อยตอบออกไปได้ แต่บางสถานการณ์ก็รอไม่ได้

และเมื่อพูดถึงศักยภาพขององค์กร ดิฉันได้ทำการวิจัยและศึกษาเพิ่มเติมด้านการสื่อสารขององค์กรใหญ่ 7 องค์กร ที่อยู่ภายใต้อุตสาหกรรมเดียวกัน และพบว่า ความชัดเจนในการสื่อสารทิศทางและเป้าหมายขององค์กร เป็นปัจจัยที่มีผลกระทบสูงสุดต่อผลการสื่อสารโดยรวมขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกับบุคลากรภายในหรือกับบุคคลและลูกค้าภายนอก

เรามองข้ามเรื่องนี้ไปไม่ได้ การสื่อสารที่ผ่านขั้นตอนหรือขั้นกรอง ผ่านชั้นของตำแหน่งมาหลายทอดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะนำมาซึ่งความเข้าใจที่รวดเร็วและตรงกันได้ แต่ผลที่ตามมาคงไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการเท่าไหร่ เพราะเป็นที่ทราบกันว่า  โดยปกติ อะไรที่คลุมเคลือ คนส่วนใหญ่จะตีความในแง่ลบก่อนแง่บวก

การบริหารจัดการสถานการณ์เหล่านี้ให้ได้ สื่อสารให้เข้าใจ สื่อสารอย่างไร หลักการนี้ได้รับการยอมรับว่าใช้ได้ ไม่ว่ากับภาษาใดและวัฒนธรรมไหน จึงมีการจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการนี้อยู่ในแทบทุกประเทศ

เคล็ดลับเหล่านี้ช่วยดิฉันได้มากตอนที่ดูแลบุคลากรกว่า 8 ประเทศ จากต่างวัฒนธรรม การบริหารจัดการพวกเขายากลำบากตรงที่เราเมือนกันและเราก็ต่างกัน และเราไม่ได้เห็นหน้ากันทุกวัน ใช้การสื่อสารหลายทางในการสื่อสารกัน อีกทั้งได้ใช้เมื่อต้องเสนอผลงานทุกไตรมาสให้ฝ่ายบริหารจากญี่ปุ่นและอเมริกาที่นั่งฟังกันกว่า 100 คน ซึ่งมักจะตั้งคำถามซักไซ้ผลงานของเราเมื่อไหร่ก็ได้ ที่สำคัญเมื่อต้องขออนุมัติงบประมาณด้านต่างๆ ต้องทำให้ผู้เกี่ยวข้องซื้อความคิดเราให้ได้

ถ้าคิดและสื่อสารด้วยเครื่องมือที่นักสื่อสารมืออาชีพใช้กันในสากลแบบ Think on Your Feet® ได้ คุณก็จะถ่ายทอดได้น่าฟัง น่าเชื่อถือ คุณจะกล้าสื่อสารในสิ่งที่คุณคิดแบบไม่นำไปสู่ความขัดแย้งที่ไม่สร้างสรรค์ จะกดดันอย่างไร ตื่นเต้นแค่ไหน ไม่ได้คาดคิดมาก่อน ไม่ต้องกังวลอีกแล้วค่ะ ผู้นำทำงานกับทีมงาน สร้างเครือข่ายสัมพันธภาพ กระชับความสัมพันธ์กับลูกค้าภายในและภายนอกองค์กร ผู้นำบรรลุผลลัพธ์ด้วยกำลังใจและความสำเร็จของบุคลากร  ความสามารถที่สำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จเหล่านี้ได้คือ การสื่อสารได้กับบุคคลทุกรูปแบบ ทุกวัย และต่างวัฒนธรรม

© Copyright – Think on Your Feet® is the registered trademark and an intellectual property of Think on Your Feet International, Inc.. It is owned and copyrighted by Think on Your Feet International. Inc., and AcComm & Image International Co;, Ltd. is the only authorized and legally qualified company who is able to deliver Think on Your Feet® in Thailand (Exclusive Right in Thailand). Think on Your Feet International, Inc.. and AcComm & Image International will enforce its right against any copying or other infringement, trademark and intellectual property rights.

หลักสูตร Think on Your Feet® รวมทั้งโมเดลต่างๆ คู่มือและการสอน เป็นลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายของ Think on Your Feet International, Inc. และบริษัทแอคคอมแอนด์อิมเมจ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ได้รับสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวถูกต้องตามกฎหมายให้สามารถสอนและถ่ายทอดหลักสูตร  Think on Your Feet® ในประเทศไทย (Exclusive Right)  การลอกเลียนแบบเนื้อหาหรือองค์ความรู้ใดๆ หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของหลักสูตร รวมถีงดัดแปลงบางส่วนหรือส่วนใดก็ตาม ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย หรือภาษาใดๆก็ตาม จะได้รับการดำเนินการทางกฏหมาย

Think on Your Feet International, Inc.. และบริษัทแอคคอมแอนด์อิมเมจ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จะดำเนินการทางกฎหมายรวมถึงปรับค่าเสียหายให้ถึงที่สุดกับผู้ที่พยายามลอกเลียนแบบ ผู้ที่ทำสำเนา ผู้ที่นำไปดัดแปลง หรือนำไปส่งต่อ หรือใช้ในรูปแบบใดก็ตาม โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นทางการเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของลิขสิทธิ์.

การพัฒนาภาวะผู้นำ

Official Website, please click:

www.aclc-asia.com

รายละเอียดหลักสูตร คลิก:

https://www.aclc-asia.com/leadership-thai

การพัฒนาภาวะผู้นำแบบกูรูระดับโลก  Dr. Marshall Goldsmith

ในปี 2554 ดิฉันและ YPO ได้ร่วมกันจัดสัมมนาครั้งใหญ่ที่มีผู้บริหารเข้าฟังกว่า 700 ท่าน   โดยมี ดร.มาแชล โกลด์สมิท (Dr. Marshall Goldsmith)  กูรูด้านการโค้ชและพัฒนาภาวะผู้นำ ที่ได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ ผู้แต่งหนังสือชื่อดัง “What Got You Here Won’t Get You There” มาเล่าให้ฟังว่า ทำไมการพัฒนาผู้นำทั่วไปจึงไม่ได้ผลตามที่ต้องการ

ดิฉันขอสรุปประเด็นที่น่าสนใจมาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้ค่ะ 

  • ประเด็นแรก การพัฒนาภาวะผู้นำไม่ใช่ “State” (สภาพที่เริ่มและจบทันที) แต่เป็น “Process” (กระบวนการ) นั่นหมายถึง การอบรมภาวะผู้นำที่ได้รับการคาดหวังว่าจบการอบรมแล้ว ผู้เข้าอบรมจะเป็นผู้นำที่ดีได้ทันที ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด อีกทั้งเรามักวัดผลการพัฒนาผิดที่ เช่น วัดที่ผลจากแบบประเมินการอบรม วัดจากโค้ช หรือความเห็นของผู้สอน  ดร. โกลด์สมิท กล่าวว่า คนเราจะพัฒนาหรือไม่อยู่ที่ตัวเขาเองและผู้ร่วมงานของเขาเป็นหลัก ที่เป็นเช่นนั้น เพราะผู้นำทำงานกับคนและบรรลุผลด้วยการนำให้คนบรรลุเป้าหมายในการทำงานและขององค์กรให้ได้ คือไม่ใช่การทำงานคนเดียว
  • การติดตามผลการพัฒนา ควรให้ผู้เข้าอบรมร่วมมือในการติดตามผลด้วย และให้โอกาสในการที่เขาได้เลือกผู้ที่จะมาช่วยติดตามผลการพัฒนาของเขาเองด้วย โดยอาจได้รับคำแนะนำจากโค้ชว่า ใครคือผู้ร่วมทางที่สมเหตุสมผล หนึ่งในข้อควรปฏิบัติคือ ต้องเป็นผู้ที่ตนทำงานด้วย ไม่ใช่อยากเลือกใครก็ได้ที่ชอบ

Leadership is a relationship, not between the coach and the coachee, but between the leader and the colleagues” – Marshall Goldmsith

  • ดร.โกลด์สมิท แนะนำการติดตามผลการพัฒนาภาวะผู้นำ โดยขอให้ผู้ร่วมงานเข้าร่วมในกระบวนการในฐานะเป็นผู้ให้ Feedforward ซึ่งบริบทนี้ขอเรียกเป็นภาษาไทยว่า “ข้อมูลมุ่งเสริมการพัฒนาในอนาคต” ซึ่งต่างจาก Feedback ดังนี้
  1. ผู้รับ Feedforward ยินดีและตั้งใจมาขอข้อมูลเอง ไม่ได้รอคอยให้ผู้อื่นมาให้ feedback
  2. คำแนะนำมุ่งไปที่อนาคต ไม่ขุดเรื่องในอดีตมาถก เพราะเราเปลี่ยนอดีตไม่ได้
  3. ผู้ให้ feedforward ถึงแม้เป็นผู้น้อยกว่า ก็ไม่ตะขิดตะขวงใจที่จะให้ feedforward กับผู้ใหญ่
  4. ผู้ได้รับมีอิสระในการเลือกคำแนะนำไปใช้ คือเลือกสิ่งที่ประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตจริง
  5. ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดี และความกระตือรือร้นในกระบวนการ ระหว่างผู้ขอและผู้ให้

การติดตามผลในแบบของ ดร. โกลด์สมิท เป็นเชิงบวก ไม่ยุ่งยาก และสร้างความเป็นเจ้าของในกระบวนการให้กับผู้ได้รับการพัฒนา โดยมีการศึกษา 8 องค์กร ผลการศึกษาพิสูจน์ว่า การพัฒนาภาวะผู้นำที่ไม่มีการติดตามรูปแบบเช่นนี้หรือคล้ายๆกัน  ไม่ได้ช่วยให้ผู้เข้ารับการพัฒนามีประสิทธิผลมากขึ้นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ การศึกษานี้ได้รับการตีพิมพ์ในนิตยสาร strategy+business อีกด้วย

ดิฉันเห็นว่าการใช้ Feedforward มีประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ปกติ ดิฉันจะขอให้ผู้ให้ feedforward เป็นผู้ถามกลับด้วยว่า “ฉันให้ feedforward คุณแล้ว และถ้าฉันอยากจะดีขึ้นในด้าน….. คุณมีคำแนะนำอย่างไร” เพราะการสื่อสารรูปแบบนี้เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและในวงกว้างขึ้น

โดย ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ  โทร 02 197 4588-9

Leadership Development Affiliate of Dr. Marshall Goldsmith in Thailand

(C) Copyright – All rights reserved.

********************