การโค้ช เป็นเรื่องใกล้ตัว

0
Gardening
เมื่อเร็วๆ นี้ ดิฉันได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในผู้ให้สัมภาษณ์กับทีมวิจัย (Global Research) ขององค์กรสากลแห่งหนึ่ง ในเรื่องการโค้ช และมีคำถามที่ตรงกับที่มีคนถามดิฉันบ่อยๆ นั่นคือ การสนทนาในการโค้ชแตกต่างอย่างไร คำตอบที่ให้ทีมวิจัยไป ดิฉันตอบไว้สั้นๆ
แต่ใน blog วันนี้ ดิฉันขอตอบแบบยาวๆ และเล่าเรื่องสามี ภรรยา คู่หนึ่ง เป็นการยกตัวอย่างไปด้วย 

สามีภรรยาคู่นี้ เพิ่งจะย้ายมาซื้อบ้านใหม่ที่มีพื้นที่สวนหน้าบ้านกว้างขวาง สามีอยากให้รื้อพื้นหญ้าออก และปูใหม่ด้วยกระเบื้อง และปลูกต้นไม้สูงๆที่ริมรั้ว แต่ภรรยาต้องการให้เก็บพื้นหญ้าสีเขียวไว้ อีกทั้งอยากทำไม้ระแนงริมรั้ว เพื่อเป็นแนวไม้เลื้อย ทั้งคู่ถกเถียงกันด้วยการยกเหตุผล (What หรือ อะไร) ที่ทำให้ความคิดตนเองจึงดีกว่า เช่น อะไรคุ้มกว่า หรืออะไรทนกว่า อะไรสวยกว่า …..

การเห็นไม่ตรงกันเรื่องสวน ทำให้เกิดความตึงเครียด เพราะสามีก็เหนื่อยจากงาน และภรรยาก็เหนื่อยด้วยภาระอารมณ์ที่แต่ละวันต้องรับมือกับลูกค้าหลากหลาย คำพูดสุดท้ายที่ต่างคนต่างทิ้งไว้คือ

ภรรยา “ใช่สิ เพราะคุณเป็นเจ้าของเงิน คุณจึงอยากทำอะไร ก็ทำได้”

สามี “ผู้หญิงชอบประชดประชัน เอาแต่ใจ ใช้แต่อารมณ์ ไม่ฟังเหตุผล

หากเราเป็นคนนอก และอ่านเรื่องนี้ คงจะตอบได้ง่ายๆ ว่า สามีก็น่าจะยอมๆ ภรรยาไป หรือภรรยาน่าจะทำตามสามี เพราะเขาเป็นคนผ่อนบ้าน หรือเถียงกันไปเถียงกันมาก็มีคนนึงต้องยอมไปเอง
แต่ทว่าสามีและภรรยาคู่นี้ อยู่ใกล้ชิดติดกำแพงแบบหลังชนฝา หรือชิดกับสถานการณ์นี้เกินกว่าที่จะมองเห็นประตูทางออก หรือหากมีคนใดคนหนี่งที่ยอมๆไป จะทิ้งลอยแผลความรู้สึกอะไรไว้หรือไม่ เราไม่ทราบได้ สวนที่น่าจะเต็มไปด้วยความสุข อาจกลายเป็นการสวนกลับด้วยอารมณ์ด้านลบ และสวนไปสวนมาด้วยคำพูดทำร้ายกัน

 

Background

สามีทำงานในตำแหน่งผู้บริหารและด้วยลักษณะงาน ทำให้ต้องเป็นผู้ตัดสินใจในทุกๆเรื่องๆ เพื่อความรวดเร็ว การงานที่เครียดอยู่แล้ว เมื่อกลับมาบ้านจึงไม่อยากมานั่งเถียงกับภรรยา และยื่นคำขาดว่า รูปแบบสวนควรเป็นแบบที่เขาบอก “จบนะ ไม่งั้นผมไม่จ่าย

ภรรยา เป็นพนักงานในบริษัทต่างชาติแห่งหนึ่ง ทำหน้าที่ดูแลลูกค้าคนสำคัญที่ต้องได้รับบริการที่ดีเลิศ และงานที่ทำ จำเป็นต้องทำตามที่หัวหน้าและลูกค้าสั่ง เพราะนั่นคือหน้าที่และบทบาทตาม Job Description

 

การสนทนาของทั้งคู่ เป็นการโฟกัสไปที่ “What” ไม่ใช่ “Who”

ในชีวิตเรา ไม่ว่าจะเป็นงานหรือชีวิตส่วนตัว สิ่งแวดล้อมต่างๆทำให้เรารีบเร่ง จนทำให้เราคิดเพียง “What อะไร” จะทำอะไร และอะไร และอะไรต่อไปจนบางครั้งทำให้เราลืมไปว่า เราอยู่กับใคร หรือกำลังคุยกับ “Who ใคร“และเขาหรือเธอ คิดและรู้สึกอย่างไร เขามีความหมายต่อเราอย่างไร “Who ใคร” คนนี้เป็นมากกว่าสิ่งของ เพราะเขาหรือเธอมีความรู้สึก มีชีวิตจิตใจ และมีมากกว่าที่เราเห็นด้วยตา และมากกว่าคำพูดที่เราได้ยินผ่านเสียงทุ้มเสียงแหลม เสียงกระชากหรือประชดประชันที่ออกมา

 

ในการโค้ชก็เช่นกัน ในการสัมภาษณ์หลายๆครั้ง ที่มีผู้ถามดิฉันว่า การสนทนาในการโค้ช มีอะไรที่แตกต่าง นี่คือเรื่องนึงที่แตกต่างจากหลายๆเรื่อง นั่นคือ การสนทนาในการโค้ชมักเริ่มที่ “Who” ไม่ใช่ “What”
ในการโค้ชผู้ใต้บังคับบัญชา ก็เช่นกัน เรามักขึ้นด้วย “What” จะทำอะไรและอะไร และรู้ว่าแล้วจะทำอะไร  อะไรต้องทำก่อน อะไรต้องทำหลัง    เพราะความรีบเร่งต่างๆ และโดยเรายังไม่เข้าใจและถ่องแท้ใน “Who” ทำให้เส้นทางการโค้ชไม่ราบรื่น Trust ค่อยๆจืดจางไป การสนทนายิ่งคุย ยิ่งห่างเหิน มากกว่ายิ่งชัดเจน และให้ใจ

ในมุมของสามี หากลองสนใจในตัวภรรยา ลองเริ่มต้นที่ “Who” จะสามารถเข้าไปถึงในใจเธอได้ว่า ในที่ทำงาน ภรรยาของเขา แทบไม่มีโอกาสได้เลือกอะไรเลย เป็นคนที่ต้องรับและทำตามคำสั่ง เมื่อเธอกลับบ้าน ย่อมอยากจะมีตัวตน มีที่ๆเธอได้รับความสำคัญ และหวังว่าสามีจะมองเห็นว่าทำไม ถึงแม้เธอจะไม่สามารถระบุเป็นคำพูดให้เขาเข้าใจได้  “เรื่องของสวน เรื่องข้าวของในบ้าน ขอให้ฉันได้เลือกบ้าง”

ในมุมของภรรยา หากลองสนใจในสามีที่ “Who” จะเข้าไปในใจเขาได้ว่า งานการที่ยุ่งเหยิงในแต่ละวัน ทำให้เขาคุ้นกับความคิดว่า ถ้าไม่ตัดสินใจ ก็จะดูเหมือนคนที่ไม่รับผิดชอบในหน้าที่ ระบบการคิดของเขาเป็นอัตโนมัติ เหมือนกดปุ่มแล้วเครื่องก็เดิน  การได้ตัดสินใจคือการทำหน้าที่ในการคุ้มครอง รักษาผลประโยชน์ของครอบครัว เมื่อเขายกเหตุผลปกป้องการตัดสินใจตนเอง แทนที่จะยกเหตุผลมาหักล้าง ก็จะหันมาโฟกัสที่ “Who” เช่น
“ฉันเข้าใจว่า คุณอยากให้เราได้สิ่งที่ดีที่สุด  อย่างไรก็ตามเพื่อลดภาระการตัดสินใจที่คุณแบกไว้มากมาย เรื่องในบ้านอยากให้คุณไว้ใจและปล่อยให้ฉัน ซึ่งเป็นคนที่ อันที่จริงแล้วคุณอยากให้มีความสุข ได้เป็นคนทำก็แล้วกัน คุณคิดอย่างไร”

การสนทนาในการโค้ช อาจไม่ใช่เรื่องไกลตัว เราใช้ได้กับชีวิตประจำวัน ชีวิตส่วนตัว เพราะนอกจากจะทำให้ตัวเรามีความสุขมากขึ้น คนรอบข้างก็มีความสุข และเมื่อเป็นเช่นนั้นพวกเขายังขยายพลังความสุขนั้นมากลับมาหาเราอีกด้วย สังคมน่าจะน่าอยู่มากขึ้นอีก หากเราหันมาเข้าใจทั้งผู้อื่นและตนเองอีกสักนิด เพื่อให้สิ่งที่ตามมาเป็น อะไร อะไร  และอะไร  ที่ไม่ทำร้ายและทำลายกัน  แต่เป็นสิ่งที่สร้างสรรค์สำหรับทุกฝ่ายค่ะ

เขียนโดย อัจฉรา จุ้ยเจริญ 
Atchara Juicharern
                                **********************************

 

EQ for Leaders

0

Official website, please click:

www.aclc-asia.com

ข้อมูลหลักสูตร Coaching:

https://www.aclc-asia.com/coaching

Print

 

บทความใน Post Today โดย ดร. อัจฉรา จุ้ยเจริญ เรื่อง EQ

1_383

Click to read:   http://www.posttoday.com/aec/news/274568

 

 

 

Storytelling for Sales

0

AcComm & Image International has been entrusted as the world first licensee of Anecdote’s Storytelling for Sales programme. 

แอคคอมฯ  ที่แรกในโลก ที่ได้รับลิขสิทธิ์การสอน Storytelling for Sales(TM)

Atchara Juicharern and Storytelling Storytelling for Sales(TM) by AcComm and Image International

Credit: The Nation – 26 April, 2016.  Click to read:

http://www.nationmultimedia.com/business/AcComm-to-offer-Anecdotes-Storytelling-for-Sales-p-30284666.html

 

ผู้ที่โน้มน้าวให้เกิดการยอมรับได้ดี  ผู้ที่เป็นนักขายที่เก่งที่สุด

คือผู้ที่มีทักษะในการนักเล่าเรื่อง

หากท่านต้องใช้ การสร้างสัมพันธภาพ การโน้มน้าว และการขายไอเดีย ขายสินค้า หรือการบริการต่างๆ ในการบริหาร หรือปฏิบัติงาน ทักษะในปัจจุบันที่สำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้ท่านมีความสำเร็จ คือการสื่อสารแบบการเล่าเรื่อง อย่างมีประสิทธิผล

ผู้ที่เป็นนักขายที่มีผลงานเหนือกว่าคนทั่วไป มีผลิตภาพและผลงานเหนือกว่าผู้อื่นได้ถึง 200%  มักเป็นผู้ที่มีเทคนิคการเล่าเรื่องที่เยี่ยมยอด นอกจากนั้น การเล่าเรื่องยังช่วยให้เกิดการถ่ายทอดประสบการณ์และเคล็ดลับต่างๆ จากกลุ่มที่มีผลงานโดดเด่น หรือจากผู้ที่เป็นผู้นำและโค้ชของทีมงาน ไปสู่กลุ่มที่กำลังพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งเป็นการสร้างแรงบันดาลใจไปในขณะเดียวกัน

ผู้ที่ผ่านการอบรมทักษะการเล่าเรื่อง สามารถเลือกที่จะเล่าเรื่องได้เหมาะสมกับสถานการณ์ ตรึงความสนใจ และยังสามารถกระตุ้นให้ผู้ฟังมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรื่องราว และกระตุ้นให้เกิดการนำไปเล่าต่อไปสู่กลุ่มอื่นๆ อีกด้วย

ประโยชน์ที่ท่านจะได้รับ

  • เชื่อมสัมพันธภาพได้รวดเร็วกว่า
  • สร้างสัมพันธภาพและความไว้วางใจที่ยั่งยืนกว่า
  • ได้รับการยอมรับในวงกว้าง เพราะเข้าใจง่าย และเพิ่มการจดจำ
  • โน้มน้าวได้อย่างรวดเร็ว เพราะเป็นการเชื่อมโยงกับอารมณ์ละความรู้สึก
  • ลดอุปสรรคในการสื่อสาร ตอบข้อโต้แย้งได้อย่างจูงใจ
  • เพิ่มจำนวนผู้บริหารและทีมงาน ที่มี Mindset เชิงบวกในการสื่อสาร
  • เพิ่มจำนวนผู้บริหารและทีมขายที่มีผลงานดีเด่น
Storytelling for Sales™ by AcComm and Image International

Storytelling for Sales ™ by AcComm and Image International

The world first licensee of Anecdote’s

 Storytelling for Sales™ programme. 

Contact us: 02 197 4588-9

FOR OFFICIAL WEBSITE, PLEASE CLICK:

WWW.ACLC-ASIA.COM

 

 

หลักสูตร Coaching and Mentoring อบรม Coaching and Mentoring

0

Official website, please click:

  https://www.aclc-asia.com/coaching

ข้อมูลหลักสูตร Coaching:

https://www.aclc-asia.com/coaching

ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ บทความเรื่องการโค้ช ในกรุงเทพธุรกิจ 

Article about “Coaching” in Bangkok Biznews

Bangkokbiznews

บทความ ประโยชน์ของการโค้ช ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

อ่านเพิ่มเติม เรื่องการโค้ช และประโยชน์ของการโค้ช การโค้ชให้คุ้มค่า การสร้างวัฒนธรรมการโค้ช  ได้ที่:

http://daily.bangkokbiznews.com/detail/246722

 

 

การโค้ช (Coaching)

1

ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ  สัมภาษณ์ในประชาชาติธุรกิจ เรื่องการโค้ช

“Coaching” the universal language of change

ดร. อัจฉรา จุ้ยเจริญ และประชาชาติธุรกิจ การโค้ช

อ่านเพิ่มเติม click: http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1458195393