Thailand Coaching – ICF Approved Coach Specific Training (ACSTH)

Official website, please click

http://www.aclc-asia.com 

Print

Contact us:  Tel. (66) 2197 4588-9

Email: info@aclc-asia.com, info@aclc-asia.com

Thailand Coaching – ICF Approved Coach Specific Training Hours Program (ACSTH and CCE)

บทความ แนวโน้ม การโค้ช โดย ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ

ปัจจุบันองค์กรมากมายเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาบุคลากรแบบดั้งเดิม มาผสมผสานใช้การโค้ช โดยเฉพาะเมื่อมีผลจากการศึกษาที่สนับสนุนให้เห็นว่า องค์กรที่มีวัฒนธรรมการโค้ชที่ดี มีผลลัพธ์ด้านความผูกพันของบุคลากรที่มีต่อองค์กร และผลลัพธ์ด้านรายได้ที่สูงกว่า

สหพันธ์โค้ชนานาชาติ (International Coach Federation) มีการศึกษาแนวโน้มต่างๆ ของการโค้ชอย่างต่อเนื่อง ปีที่แล้ว (ค.ศ. 2015 ) ได้พบว่า 67% ขององค์กรที่มีวัฒนธรรมการโค้ชที่ดีแล้ว มีการใช้การโค้ชทั้งสามรูปแบบ คือ หนึ่ง ใช้โค้ชมืออาชีพจากภายนอก สอง สร้างโค้ชที่เชี่ยวชาญสำหรับภายในองค์กร และสาม พัฒนาทักษะการโค้ชให้ผู้บริหารและผู้จัดการในองค์กร เมื่อเปรียบเทียบปี ค.ศ. 2014 กับ ค.ศ. 2015 ยังได้พบด้วยว่า มีการเจริญเติบโตต่อเนื่องในการใช้การโค้ชทั้งสามรูปแบบในองค์กร

จากการสำรวจล่าสุดในปีนี้ (ค.ศ. 2016) ได้พบข้อมูลที่น่าสนใจ สำหรับรูปแบบที่สาม คือผู้บริหารและผู้จัดการที่ใช้การโค้ชกับผู้ใต้บังคับบัญชาหรือทีมงาน ผลชี้ว่า 76% ของผู้ที่เข้าร่วมการสำรวจ รายงานว่า ใช้ความรู้ ทักษะและวิธีการโค้ชกับทีมและกลุ่มงาน   64% นำการโค้ชไปใช้กับกลุ่มบุคลากรที่มีศักยภาพสูง สำหรับการพัฒนาให้ผู้บริหารและผู้จัดการมีทักษะและวิธีการโค้ช  73% ระบุว่าได้รับการอบรมจากหลักสูตรการโค้ชที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน

ผู้บริหารหญิงมีการโค้ชผู้ใต้บังคับบัญชา 64% ซึ่งสูงกว่า ผู้บริหารชายซึ่งอยู่ที่ 34% เมื่อดูที่ระดับการศึกษาพบว่า 61%  มีระดับการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป  และเมื่อดูตามทวีป ทวีปที่ผู้บริหารใช้ทักษะการโค้ชกับผู้ใต้บังคับบัญชาหรือทีมงานมากที่สุดคือ ทวีปอเมริกาเหนือ (33%) รองลงมาคือ ทวีปยุโรป (27%) และสำหรับในเอเชียอยู่ที่ 18%

(ข้อมูลเพิ่มเติม: Coaching Study – coachfederation.org/2016study)

ดร.แดเนียล โกลด์แมน นักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียง และผู้เขียนหนังสือโด่งดังคือ Emotional Intelligence ได้กล่าวถึง สไตล์ผู้นำที่สำคัญหกสไตล์ และผู้นำสไตล์โค้ชส่งผลเชิงบวกต่อผลงานและบรรยากาศการทำงาน แต่กลับเป็นสไตล์ที่ได้รับการนำมาใช้น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับสไตล์อื่นๆ

ถึงแม้องค์กรส่วนใหญ่จะตระหนักในความสำคัญของการส่งเสริมให้ผู้บริหารและผู้จัดการใช้การโค้ชในทีมงานก็ตาม แต่สำหรับผู้บริหารเอง มีไม่น้อยเลยที่เผชิญกับอุปสรรคของการนำทักษะมาใช้ในการทำงานจริง การพัฒนาให้ผู้บริหารและผู้จัดการเป็นโค้ชที่ดีนั้น หลังจากพัฒนาทักษะไปแล้ว ผู้สอนจึงควรติดตามให้การสนับสนุนต่อเนื่อง และอาจต้องใช้กระบวนการปรับเปลี่ยนอุปนิสัยเข้ามาช่วยด้วย

(C) Copyright – All rights resreved.

 **************

Official website, please click:  https://www.aclc-asia.com/coaching

ข้อมูลหลักสูตร Coaching:

https://www.aclc-asia.com/coaching

Coaching (การโค้ช)

Official website, please click:

https://www.aclc-asia.com/coaching

ข้อมูลหลักสูตร Coaching:

https://www.aclc-asia.com/coaching

 

Leadership Development by AcComm and Image International

ดิฉันเชื่อว่า ความรู้สึกและสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราวันนี้ ส่วนหนึ่งมาจากผลพวงของคำถามที่เราถามตนเองเมื่อวานนี้ การตั้งคำถามให้ตนเองจึงมีความสำคัญต่อความสุขของเรา 

วิธีการโค้ชตนเองง่ายๆ ทำได้โดยเปลี่ยนจากการใช้คำถามแบบ Passive Questions ซึ่งนำให้เราตำหนิสิ่งแวดล้อมภายนอก ที่เราควบคุมไม่ได้  มาเป็นการใช้คำถาม Active Questions ที่ทำให้เรามีความสุขสำเร็จมากขึ้น ซึ่งเป็นเทคนิคที่แนะนำโดย Dr. Marshall Goldsmith กูรูการโค้ชของวงการ

จากการศึกษาของ Dr. Marshall Goldsmith ที่มีผู้ร่วมตอบแบบสำรวจ 2,537 คน: 

  • 37% ของผู้ที่ถามคำถาม Active Questions กับตนเองเป็นเวลาสองอาทิตย์ รู้สึกดีขึ้นในทุกด้าน
  • 65% บอกว่า ดีขึ้นอย่างน้อยสี่ด้าน
  • 89% บอกว่าดีขึ้นอย่างน้อยหนึ่งด้าน
  • 5% บอกว่าเหมือนเดิม
  • และ 0% บอกว่า แย่กว่าเดิม นั่นหมายความว่า ไม่มีใครบอกว่า แย่ลง แม้แต่คนเดียว

Dr. Marshall Goldsmith แนะนำ หกคำถาม (Active Questions) ในการโค้ชตนเอง ที่จะทำให้เรามีความสุขมากขึ้น  

  1. ฉันได้ทำดีที่สุดหรือยัง ในการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนให้ตนเอง
  2. ฉันได้ทำดีที่สุดหรือยัง ในการสร้างความคืบหน้าไปสู่การบรรลุเป้าหมาย โดยสำเร็จ
  3. ฉันได้ทำดีที่สุดหรือยัง ที่จะทำให้ตนเองมีความสุข
  4. ฉันได้ทำดีที่สุดหรือยัง ที่จะทำให้งานที่ทำเป็นงานที่มีความหมาย
  5. ฉันได้ทำดีที่สุดหรือยัง ที่จะทำให้ตนเองรักและเต็มที่กับงาน
  6. ฉันได้ทำดีที่สุดหรือยัง ในการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่นในการทำงาน และร่วมงานกัน

ก่อนปิดท้าย อยากให้ลองถามตนเองว่า ในการดำเนินชีวิตและการทำงานของเราทุกวันนี้ เคยถามตนเองหรือไม่ ว่าเราทำเพื่ออะไร

  • เพื่อทำงานให้เสร็จสิ้นไปวันๆ
  • เพื่อให้มีเงินทองซื้อหาทรัพย์สินที่ต้องการ
  • เพื่อให้เกิดความสุขที่ยั่งยืน

เรียบเรียงโดย ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ (PCC)  โค้ชผู้บริหาร ที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์โค้ชนานาชาติ

AcComm Group is Leadership Development Affiliate of Dr. Marshall Goldsmith in Thailand

(C) Copyright – All rights reserved.

Leader as Coach อบรมและพัฒนาผู้บริหารเป็นโค้ช

ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ

ผู้ออกแบบและสอน โปรแกรม การโค้ช Leader & Manager as Coach คนแรกในประเทศไทย ที่หลักสูตรการพัฒนาทักษะการโค้ชให้ผู้บริหาร ผู้นำและผู้จัดการ ได้รับการรับรองมาตรฐานการเรียนการสอน โดย สหพันธ์โค้ชนานาชาติ (International Coach Federation หรือ ICF).

และเป็นคนไทยคนเดียวที่ได้รับเลือกจาก Dr. Marshall Goldsmith โดยตรงให้เป็นผู้แทนในการพัฒนาผู้นำ ในประเทศไทย 

Print

  • หลักสูตร การโค้ชสำหรับผู้นำ
  • หลักสูตรการโค้ชสำหรับผู้จัดการ
  • หลักสูตรการโค้ชสำหรับหัวหน้างาน

 

ข้อมูลหลักสูตร Coaching:

https://www.aclc-asia.com/coaching

 

 

หลักสูตร Coaching การสอนงาน

Official website, please click:

  https://www.aclc-asia.com/coaching

ข้อมูลหลักสูตร Coaching:

https://www.aclc-asia.com/coaching

หลักสูตรการโค้ช  ได้รับการรับรองมาตรฐานการเรียนการสอนจาก ICF หรือสหพันธ์โค้ชนานาชาติ

Print

การนำการโค้ชมาใช้ในองค์กร แพร่หลายและเติบโตต่อเนื่อง การสำรวจของสหพันธ์โค้ชนานาชาติ (International Coach Federation) ชี้ให้เห็นผลลัพธ์เมื่อเปรียบเทียบ ปี 2557 กับ 2558  องค์กรจากหลากหลายประเทศที่ร่วมการสำรวจมีการใช้การโค้ชสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยร้อยละ 84 ใช้วิธีพัฒนาทักษะการโค้ชให้ผู้จัดการในองค์กร (Manager as Coach) เพื่อให้สามารถโค้ชสมาชิกในทีมตนเอง  ร้อยละ 65 ใช้การว่าจ้างโค้ชมืออาชีพจากภายนอกมาโค้ชผู้บริหาร (External Coach)  ร้อยละ 57  ว่าจ้างหรือสร้างโค้ชสำหรับเฉพาะในองค์กรตนเองขึ้นมา (Internal Coach) ดังนั้นจึงเกิดคำถามบ่อยๆว่า การโค้ชนำมาซึ่งความคุ้มค่าจริงหรือ

ศูนย์วิจัย (Research Center) ของ Organization Navigation Dynamics พาร์ทเนอร์ระดับสากล ของ ดร. อัจฉรา จุ้ยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัทแอคคอมแอนด์อิมเมจ อินเตอร์เนชั่นแนล (AcComm & Image International) เผยผลการศึกษาความคุ้มค่าของการโค้ช (Coaching) โดยติดตามศึกษาผู้บริหาร 500 คนจาก 12 ประเทศ รวมองค์กรที่ต่างอุตสาหกรรมและธุรกิจกว่า 10 ประเภท โดยการเปรียบเทียบผลงานของผู้บริหารกลุ่มนี้ ทั้งสามด้านสำคัญ คือ หนึ่งประสิทธิผลด้านพัฒนาตนเอง สองด้านพัฒนาสัมพันธภาพในทีม และสาม ในภาพใหญ่คือด้านประสิทธิผลขององค์กร  โดยประเมินก่อนและหลังการโค้ชด้วยเครื่องมือการโค้ชที่ครอบคลุมทุกด้าน  ผลที่ออกมาผู้บริหารมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในทุกด้านดังที่ปรากฏในชาร์ทนี้   

(Organization Navigation Dynamics เป็นองค์กรผู้เชี่ยวชาญด้านการโค้ชที่มีประสบการณ์กว่า 25 ปี มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีผลงานการโค้ชที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มบริษัทที่อยู่ในอันดับ Fortune 100)  

หลักสูตร Coaching and Mentoring

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อเรานำการโค้ชมาใช้พัฒนาผู้บริหาร หรือผู้บริหารใช้การโค้ชในการพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา การโค้ชไม่ใช่ไม้กายสิทธิ์ที่สามารถใช้แล้วเห็นผลที่คาดหวังได้ทันที หากต้องการความคุ้มค่า นอกจากมีการประเมินผลคล้ายดังที่กล่าวมาแล้ว ยังมีสิ่งที่คุ้มค่าต่อการใส่ใจอีกสามข้อคือ หนึ่งการเริ่มต้นควรชัดเจน  สองมีการติดตามผลต่อเนื่อง และสามมีเครื่องมือที่ขยายผลได้

หนึ่ง การเริ่มต้นที่ชัดเจน หมายความว่าอย่างไร  ผู้ได้รับการโค้ชจำเป็นต้องเข้าใจว่าการโค้ชคืออะไร และไม่ใช่อะไร  ในหลักสูตร Coaching and Mentoring  ผู้สอนควรแยกแยะให้เห็นชัดว่า Coaching and Mentoring ต่างกันอย่างไร  กระบวนการและผลลัพธ์ที่ต้องการ มีอะไรที่เหมือนหรือแตกต่างกัน

การโค้ชไม่ใช่การสั่งหรือบังคับให้ทำ แต่เป็นกระบวนการที่สร้างสรรค์ในการช่วยให้บุคคลเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนา อย่างมีแรงบันดาลใจ โดยได้รับโอกาสในการนำศักยภาพในตนเองออกมาใช้สูงสุด การโค้ชเน้นการเปลี่ยนแปลงที่มีความสมดุลที่รวมถึงความคิด และความรู้สึก ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงแบบชั่วครั้งชั่วคราว  ดิฉันเคยได้ยินจากเพื่อนว่า มีผู้บริหารในองค์กรที่พบกับโค้ชผู้บริหารครั้งแรกแล้วขอเปลี่ยนโค้ชทันที เพราะไม่เข้าใจว่าจ้างโค้ชมา แล้วมานั่งถามทำไม แทนที่จะช่วยแนะนำให้คำตอบได้ ก็เลยต้องจากกันไปในที่สุด

สถานการณ์เช่นนี้แก้ไขได้คือ หากโค้ชจะถาม จึงควรบอกก่อนว่าถามเพื่ออะไรและมีประโยชน์อย่างไร ระหว่างทางการโค้ช หากต้องการคำตอบจริงๆ โค้ชช่วยได้โดยใช้วิธีการนำเสนอเครื่องมือที่สร้างสรรค์ หรือเสนอทางเลือกในรูปแบบที่ดีที่สุดต่อการเรียนรู้ของผู้ได้รับการโค้ช ดีต่อการนำไปต่อยอด และที่สำคัญคำนึงถึงว่าผู้รับการโค้ชได้รับการสนับสนุน มากกว่าการยึดว่าต้องถามเรื่อยๆไป  เพียงแต่โค้ชต้องรู้ว่าตนเองกำลังอยู่ในบทบาทใด เป็นโค้ชหรือปรับไปเป็นกึ่งที่ปรึกษา ทั้งคู่คุยตกลงกันให้ชัดเจน

สำหรับการนำการโค้ชไปใช้ในองค์กร เช่น เพิ่มทักษะการโค้ชให้ผู้บริหาร (Leader as Coach) ควรแยกแยะให้ชัดเจนว่า เมื่อไหร่ต้องใช้วิธีการโค้ชกับผู้ใต้บังคับบัญชา (Coaching) เมื่อไหร่ต้องใช้การเป็นพี่เลี้ยง (Mentoring)

สอง การติดตามผลต่อเนื่อง ดร. มาแชล โกลด์สมิท (Dr. Marshall Goldsmith)  กูรูด้านการโค้ชผู้บริหารระดับโลก ที่เรียกกระบวนการโค้ชของตนเอง ว่าเป็นการโค้ชเพื่อผลลัพธ์ ท่านนี้เน้นกระบวนการติดตามผลการพัฒนาภาวะผู้นำ โดยพิสูจน์แล้วจากการศึกษาผู้ที่ผ่านการอบรมภาวะผู้นำแปดหมื่นหกพันคน ผู้ที่ติดตามผลต่อเนื่องสม่ำเสมอโดยมีผู้ร่วมทางคอยเป็นกระจกสะท้อนเคียงข้างให้ ได้รับการประเมินถึงประสิทธิผลภาวะผู้นำที่สูงขึ้นได้ชัด ซึ่งตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับผู้ที่ไม่มีการติดตามผล

อีกประการคือ การเปลี่ยนแปลงด้วยการโค้ชบางอย่างเป็นเรื่องง่าย ในขณะที่การโค้ชเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรม เปลี่ยนอุปนิสัย และความเชื่ออันเป็นข้อจำกัดที่ตนเองสร้างขึ้นมา เป็นเรื่องที่ใช้เวลาและความต่อเนื่อง และผู้รับการโค้ชบางคนอาจต้องการการสนับสนุนระหว่างทาง เพื่อให้อยู่ในโซนเรียนรู้ กล้าลองผิดลองถูก(Learning Zone)  เพราะถ้าเขาเผลอไปอยู่ในโซนหวาดกลัว (Panic Zone) เขาอาจเดินเข้าสู่โซนที่ตนสบายสุดไม่อยากเปลี่ยน (Comfort Zone) การติดตามโดยมีคู่คิดที่เข้าใจ เคียงข้างไประหว่างการพัฒนาจึงมีความสำคัญต่อความสำเร็จ

สาม มีเครื่องมือที่ขยายผลได้   มีความสำคัญต่อความคุ้มค่าต่อการลงทุน เพราะหากการโค้ชถูกจำกัดไว้เพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในองค์กร มีแนวโน้มว่า ในอนาคตความสำคัญก็จะเลือนรางไป การโค้ชที่ขยายผลได้ทั่วถึงในองค์กร

ดังนั้น หลักสูตร Coaching and Mentoring  อีกทั้งกระบวนการ การพัฒนาจึงจำเป็นต้องพึ่งเครื่องมือการโค้ชที่คนในองค์กรนำไปใช้ได้ง่าย มีภาษาเดียวกัน  เพราะคนในองค์กรมีภารกิจในงานอื่นๆด้วย หากต้องเรียนทักษะการโค้ชด้วยเวลานานเหมือนโค้ชมืออาชีพ อาจทำให้ถอดใจ ไม่ทันกาล  ที่สำคัญควรเป็นเครื่องมือที่มีรูปแบบการเริ่มต้น การกระตุ้นให้คิด และติดตามผลที่สอดคล้องกันด้วย ควรประเมินได้หลากมิติ เช่น การพัฒนาตนเอง พัฒนาทีม และระดับองค์กร เพื่อความคุ้มค่าและคู่ควรกับการลงทุน

 

ข้อมูลโดย ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ โค้ชผู้บริหารที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์โค้ชนานาชาติ

กรรมการผู้จัดการ บริษัทแอคคอมแอนด์อิมเมจ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

ผู้แทนการพัฒนาภาวะผู้นำของ ดร.มาแชล โกลด์สมิท (Dr. Marshall Goldsmith)  แห่งประเทศไทย

Dr. Marshall Goldsmith and Dr. Atchara Juicharern

Contact us:

AcComm & Image International

(66) 2197 4588-9    Email. info@aclc-asia.com

 

Official website, please click:

https://www.aclc-asia.com/coaching

ข้อมูลหลักสูตร Coaching:

https://www.aclc-asia.com/coaching

 

อบรมหลักสูตร Coaching

Official website, please click:

https://www.aclc-asia.com/coaching

ข้อมูลหลักสูตร Coaching:

https://www.aclc-asia.com/coaching

Print

Contact ีห:  (66) 2197 4588-9

Email: info@aclc-asia.com

Coaching คืออะไร

บทความโดย ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ

ในอดีต ศาสตร์และศิลป์ของการโค้ชยังไม่มีความชัดเจน ผสมผสานอยู่ในหมวดการบริหาร การเยียวยาทางสุขภาพ จิตวิทยา และอื่นๆ กว่าจะมาเป็นศาสตร์เฉพาะด้าน ก็ผ่านวิวัฒนาการและการค้นคว้าศึกษาต่างๆมาไม่น้อยเลย

การโค้ช (Coaching) หมายถึง การสนับสนุนและช่วยให้ผู้ได้รับการโค้ช มีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาในทางที่ดีขึ้น โดยเน้นการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน โดยใช้วิธีการเป็นคู่คิดในการเรียนรู้ พัฒนา เปลี่ยนแปลง ให้กับผู้ได้รับการโค้ช   การโค้ชใช้กระบวนการสนทนาที่สร้างสรรค์ สร้างแรงบันดาลใจ เน้นไปที่อนาคต และการลงมือทำ

หลังจากการสนทนา  การโค้ช (Coaching) มีการลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องจนบรรลุเป้าหมาย หรือจุดมุ่งหมาย ผ่านการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์ และกระตุ้นให้ผู้ได้รับการโค้ช หรือโค้ชชี่มีแรงบันดาลใจ ในการนำศักยภาพในตนเองทั้งด้านส่วนตัวและในงาน ออกมาใช้สูงสุด  

โค้ชถามและฟังมากกว่าพูด

  • โค้ชถามเพื่อให้โค้ชเข้าใจโค้ชชี่ คำถามควรเป็นประโยชน์ในการช่วยให้โค้ชชี่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และตระหนักในศักยภาพของตน  หรือมีความชัดเจนมากขึ้น
  • ไม่ควรใช้การถามเน้นปัญหาหรือตอกย้ำอดีตที่แก้ไขไม่ได้ ควรถามเน้น Solutions ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
  • คำถาม “Why” ควรหลีกเลี่ยง เพราะฟังดูแล้วเหมือน ถามกวนๆหรือไม่เชื่อใจ และนำการสนทนากลับไปที่ปัญหาและอดีต ถ้าอยากทราบว่าทำไมโค้ชชี่ทำแบบนั้น แทนที่จะถามว่า “ทำไมทำรายงานแบบนี้” หรือ “จะทำโครงการนี้ไปทำไม” อาจเปลี่ยนไปถามว่า “รายงานที่คุณทำ มีกระบวนการความคิดอย่างไร” “โครงการนี้ส่งผลอย่างไรต่อตัวคุณ”

กระตุ้นให้โค้ชชี่มีส่วนร่วม มีส่วนคิดให้มากที่สุด

  • พยายามให้โค้ชชี่ได้คิด ได้มีส่วนร่วมมากที่สุด โค้ชชี่ควรรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ที่เขาคิดออกมาว่าดีที่สุด เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเขา ส่วนโค้ชรับผิดชอบกระบวนการโดยรวมของการเรียนรู้และติดตามผลตามแผนที่ตกลงกัน (Coach is responsible for the process. Coachee is responsible for learning the contents.)

การลงมือทำ

  • ในการอบรม (Training) เราเน้นการถ่ายทอดความรู้และทักษะให้ผู้เรียน (Knowledge and Skills Transfer) แต่การโค้ชเน้นการปฏิบัติ (Actions)
  • เมื่อตกลงในทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว แผนการเรียนรู้และนำไปปฏิบัติ ควรเป็นตัวโค้ชชี่เองที่นำไปปฏิบัติอย่างมีกำหนดเวลาชัดเจน 
  • โค้ชช่วยกระตุ้นความคืบหน้า และแลกเปลี่ยน Feedback  เพื่อให้การพัฒนามีความต่อเนื่อง และโค้ชชี่บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิผล

(C) Copyright – All rights reserved.

AcComm & Image International

Leadership Development Affiliate of Dr. Marshall Goldsmith in Thailand