อบรมที่ดีที่สุด เป็นอย่างไร

Official website, please click http://www.aclc-asia.com

บทความโดย ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ

บริษัทหรือองค์กรต่างๆ ให้ความสำคัญกับการอบรม และพัฒนาบุคลากร และมุ่งหวังให้เกิดประสิทธิผลให้มากที่สุด  แต่การอบรมที่ดีที่สุด เป็นอย่างไร เป็นคำถามที่บริษัทที่ให้บริการการอบรมมักได้รับเสมอ

อบรมที่ดีที่สุด

ในการอบรม เราจะคำนึงถึงการเรียนรู้ของผู้ใหญ่  ซึ่งผู้ใหญ่เรียนรู้ได้ดีที่สุดในสถานการณ์ดังต่อไปนี้

  • สิ่งที่ได้รับการอบรม มีประโยชน์และสามารถนำไปใช้งานได้ทันที
  • วิทยากรหรือหัวหน้าทำให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้อย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น
  • วิทยากรช่วยเชื่อมโยงเรื่องใหม่กับสิ่งที่ผู้เข้าอบรมทราบหรือเข้าใจอยู่แล้ว
  • ผู้เข้าอบรมได้มีโอกาสได้ฝึกปฏิบัติ
  • ผู้เข้าอบรมรู้สึกได้ถึงบรรยากาศการเรียนรู้ที่เป็นมิตร
  • ผู้เข้าอบรมไม่โดนขู่ถึงความล้มเหลว
  • ผู้เข้าอบรมได้รับโอกาสให้แสดงความคิดเห็นมากที่สุด
  • ผู้เข้าอบรมเลือกได้ด้วยตนเองว่าอยากจะเรียนรู้โดยรูปแบบใด

การอบรมที่ดีที่สุดจะเน้นผู้อบรมเป็นศูนย์กลาง และเน้นที่ Learning & Development หรือการเรียนรู้และพัฒนาที่ต่อเนื่อง (Lifelong Learning)

ในการออกแบบการเรียนรู้ (Learning Design) เพื่อประสิทธิผลสูงสุด จึงจำเป็นต้องวางแผนให้ครอบคลุมตั้งแต่การจัดเตรียมทรัพยากรที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมาย จนถึงการสนับสนุนในการนำไปปฏิบัติจริง  การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งพิจารณาแรงจูงใจของผู้เข้าอบรมทั้งระหว่างเรียนและการนำไปปฏิบัติด้วย การออกแบบเพื่อการอบรมหนึ่งหรือสองวันและจบกันไปอาจไม่เกิดประสิทธิผลเสมอไป

ด้านทรัพยากรอย่างเช่น เตรียมเนื้อหาที่น่าสนใจสั้นๆ (Microlearning) ส่งให้ผู้เข้าอบรมเตรียมการก่อนล่วงหน้า  คู่มือที่ใช้ในการอ้างอิงได้ง่าย วีดิโอสั้นๆ หรือเกมเพื่อทบทวน ข้อมูลสรุปทาง online ที่เปิดดูเมื่อไหร่ก็ได้ ซึ่งต้องออกแบบโดยเน้นคุณภาพ และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้นั้นๆ สำหรับผู้เข้าอบรมที่มีเวลาน้อยๆ องค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยให้ลดเวลาในห้องอบรมได้อีกด้วย

ด้านการสนับสนุนในการนำไปปฏิบัติจริง การจัดให้มีโค้ชของกลุ่มทักษะนั้นๆ เพื่อสนับสนุนการนำไปใช้ให้มากที่สุด และการลดอุปสรรคต่างๆ  หรือกลับมาฝึกปฏิบัติในกลุ่มเล็กๆ และสะท้อนถึงความสามารถของตนในการนำไปใช้ โค้ชมีเทคนิคสร้างแรงจูงใจให้ผู้เข้าร่วมมีอิสระในการเรียนรู้ และเพิ่มความมั่นใจในตนเอง เน้นการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องเครียด และทำให้เป็นเรื่องของการค้นหาและสนุกได้เสมอ

ในด้านผู้ถ่ายทอดหรือผู้สอนที่ดีจึงมักเริ่มที่การศึกษากลุ่มผู้เข้าอบรมล่วงหน้า เพื่อเข้าใจทั้งความคาดหวังของพวกเขา และการกำจัดอุปสรรคต่างๆที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการอบรม

ในระหว่างการอบรม ควรเปิดโอกาสให้ผู้เรียน “ลงมือปฏิบัติ”  มากกว่า “นั่งฟัง” อีกทั้งพร้อมที่จะปรับเทคนิคการอบรมได้ทันทีเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมมากที่สุด

ติดตามบทความด้านการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในอบรมให้ดีที่สุด ในการเรียนรู้และพัฒนาได้ที่นี่ เร็วๆนี้ (Tech in Learning & Development)

(C) Copyright – All rights reserved. AcComm Group

AcComm and Image International

Award winner of “Training Company of the Year 2018”

Privacy:  ทุกข้อความ รูปภาพ วีดิทัศน์ และบทความของเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตุประสงค์ในการเรียนรู้เท่านั้น และสามารถแบ่งปันได้เพื่อการเรียนรู้เท่านั้น
ไม่อนุญาตให้ใช้เพื่อการค้าใดๆ  ไม่อนุญาตให้นำไปประชาสัมพันธ์สินค้าหรือบริการอื่นๆ  และไม่อนุญาตให้นำไปใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์เว็บไซต์อื่นใด หรือสินค้าและบริการอื่นๆ การฝ่าฝืนลิขสิทธิ์จะได้รับการดำเนินการตามกฎหมาย
กรุณาติดต่อ info@aclc-asia.com หากท่านมีคำถามหรือต้องการความช่วยเหลือ

Team Coaching – ทักษะการโค้ชทีม

บทความโดย ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ

ิอบรม Team Coaching by AcComm Group

การโค้ชบุคคล (Individual Coaching)  การโค้ชกลุ่ม (Group Coaching) และการโค้ชทีม (Team Coaching) ถึงแม้โค้ชควรมีพื้นฐานสมรรถนะหลักเหมือนกัน แต่ก็มีข้อแตกต่างกันเช่น

ในการโค้ชทีม มุมมองของโค้ชต้องปรับเปลี่ยนไป เพราะเป้าหมายและผลลัพธ์ที่เน้น ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่งในทีม  แต่เป็นเป้าหมายของทีมที่มีความสำคัญ โดยที่โค้ชยังจำเป็นต้องทำความรู้จักและเข้าใจสไตล์ของสมาชิกแต่ละคนในทีม เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมสูงสุด

การโค้ชทีมในปัจจุบัน คุณสมบัติที่สำคัญของผู้บริหารหรือผู้จัดการในฐานะค้ชของทีมคือ

  • เป็นตัวอย่างที่ดีในการเปิดรับและปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง มีความยืดหยุ่นในความคิด
  • หมั่นวิเคราะห์สถานการณ์ภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจกระทบต่อการตัดสินใจของทีม
  • มีทักษะการคิดและสื่อสารที่ยอดเยี่ยม ทั้งการรับฟังและการสื่อความออกไปสู่ทีม
  • รู้ว่าเมื่อไหร่จะวางตัวเป็นโค้ชและไม่ตัดสินใจให้ และเมื่อไหร่ที่จะตัดสินใจเอง
  • สามารถอำนวยให้สมาชิกในทีมนำศักยภาพของตนออกมาใช้สูงสุด
  • มองการณ์ไกล รับมือกับข้อมูลที่ซับซ้อน และคลุมเครือได้อย่างชาญฉลาด
  • เข้าใจ Dynamic ของทีม และบริหารจัดการความขัดแย้งได้อย่างสร้างสรรค์ ทำให้ความคิดที่แตกต่างกลายเป็นประโยชน์ทวีคูณ

Official website:  www.aclc-asia.com

ข้อมูลเพิ่มเติม:  อบรม Team Coaching 

บทความอื่นๆเรื่อง Team Coaching

©Copyright – All rights reserved. AcComm & Image International

*******************

Design Thinking

บทความโดย ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ
Design Thinking คือกระบวนคิดเชิงออกแบบ ที่นำมาใช้ในการแก้ไขปัญหา การค้นหาทางออก หรือการสร้างสรรค์สินค้าและบริการต่างๆ โดยหัวใจของกระบวนการอยู่ที่การทำความเข้าใจความต้องการของผู้ใช้ หรือมีผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (User-centered Approach หรือ Human-centered Approach)
 
ความต้องการของมนุษย์มีความซับซ้อน และในบางกรณีก็เข้าถึงได้ยากและไม่มีแบบแผนที่แน่นอน  กระบวนการคิดเชิงออกแบบจึงมักได้รับการกล่าวถึงว่า เป็นหนึ่งในความสามารถของมนุษย์ที่แตกต่างจากปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence)  และเป็นสิ่งที่ Machine Learning ยังตอบโจทย์ไม่ได้ เนื่องจากกระบวนการนี้จำเป็นต้องใช้ Empathy (เอาใจเขา มาใส่ใจเรา) และ Creativity & Imagination (ความคิดเชิงสร้างสรรค์ และจินตนาการ)

 

achievement-arts-and-crafts-business-951236

กระบวนการคิดเชิงออกแบบ (Design Thinking Process)
  • Research: กระบวนการของ Design Thinking เริ่มต้นจากความเข้าใจในความต้องการของผู้ใช้ (User)  หรือลูกค้า (Customer) ของเราอย่างถ่องแท้  คล้ายการศึกษาหาข้อเท็จจริง ซึ่งผู้ที่ทำหน้าที่สำรวจหรือสัมภาษณ์จะต้องมีความสามารถในการตั้งคำถาม เป็นผู้ฟังที่ดีในสิ่งที่ผู้ใช้ให้ข้อมูลทางวาจา และสังเกตสิ่งที่ไม่ได้พูดออกมาเช่น ความรู้สึก ผู้เก็บข้อมูลต้องมีใจเป็นกลาง และคิดแบบผู้ใช้  ราวกับเข้าไปนั่งในใจของผู้ใช้ จึงจะเข้าใจปัญหาและความต้องการของผู้ใช้อย่างแท้จริง
  • Ideate: ซึ่งมาจากการผสมผสานของ Idea กับ Create   จากขั้นตอนแรก เราก็จะสามารถนิยามปัญหาหรือโจทย์ที่เราอยากจะพัฒนาและสร้างสรรค์  ในขั้นตอน Ideate เราสามารถใช้กิจกรรมคล้ายการระดมสมอง เพื่อค้นหาไอเดียที่จะตอบโจทย์  สิ่งสำคัญในขั้นตอนนี้คือ การได้ไอเดียให้มากที่สุด และไม่ควรเสียเวลาไปกับอุปสรรคหรือข้อจำกัดต่างๆ  กล่าวง่ายๆคือ เน้น “ปริมาณ” ก่อน “คุณภาพ”
  • Choose:  หลังจากระดมความคิดและมุมมองต่างๆออกมาให้ได้มากที่สุดแล้ว ช่วยกันเลือกไอเดียที่ตอบโจทย์มากที่สุด ในข้อนี้รวมถึงการพิจารณาด้านคุณภาพของไอเดีย และการตัดสินใจเลือก
  • Implement:  ขั้นตอนนี้รวมถึง การวางแผนช่วงเวลา ทรัพยากร และงบประมาณ ที่จะทดสอบไอเดียที่เลือกมา โดยเฉพาะผู้ที่จะเข้ามาทดลองใช้เป็นใคร และวิธีการให้ Feedback เป็นอย่างไร
  • Prototype:  เป็นการสร้างต้นแบบขึ้นมาก่อน  ก่อนที่จะผลิตของจริงขึ้นมา ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดงบประมาณ  มีการทดสอบกับต้นแบบ หรือ แบบจำลอง (Prototype) ที่สร้างขึ้นมาก่อน เปิดโอกาสให้กลุ่มทดลองได้ลองใช้งาน และให้ Feedback เพื่อการปรับปรุงพัฒนาระหว่างทาง  ทำให้การบริการหรือผลิตภัณฑ์ที่ออกมาท้ายสุดสามารถแก้ปัญหา หรือเกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้ได้เต็มที่และอย่างแท้จริง

 

brainstorming3
Design Thinking in Learning & Development
หลักการคิดเชิงออกแบบไม่ได้จำกัดอยู่ในวงการออกแบบผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในเรื่องต่างๆได้ อย่างเช่นในการออกแบบการอบรมและการเรียนรู้ให้ผู้บริหารและบุคลากรในองค์กรต่างๆ
รูปแบบการใช้ชีวิตของคนเราก็เปลี่ยนไป โดยมีเทคโนโลยีเข้ามาอำนวยความสะดวก และคนเราก็ต้องการอิสระมากขึ้นในการได้รับการพัฒนา การออกแบบและการจัดการเรียนรู้ก็ควรจะต่างไป ยกตัวอย่างเช่น เพิ่มความยืดหยุ่น และเสริมความคล่องตัวในการเข้าถึงการเรียนรู้ เป็นต้น
สมมุติว่าเราต้องการออกแบบการพัฒนาบุคลากรที่เพิ่งจะเข้ามาทำงาน (On-board Training Program) โดยใช้หลักการคิดเชิงออกแบบ ขั้นตอนแรกๆเลยคือ ต้องไปคุยกับบุคลากรที่กลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่คุยกับผู้จัดการที่อยู่มานานแล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นค่านิยมของคนต่างวัยหรือวิธีการเรียนรู้ก็อาจต่างกัน ขั้นตอนการสนทนานี้ ควรเริ่มจากการสร้างความไว้วางใจต่อกันก่อน เพราะเราต้องการได้รับข้อมูลที่เป็นจริงมากที่สุด ต้องใช้ทักษะการถามและฟัง การสังเกตระหว่างสัมภาษณ์ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนราวกับเข้าไปนั่งในใจของกลุ่มเป้าหมาย

เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ดิฉันได้ออกแบบหลักสูตรการสื่อสารให้กับองค์กรนานาชาติแห่งหนึ่ง ซึ่งองค์กรมีบุคลากรจากหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรมเข้ารับการพัฒนา ขั้นตอนนี้เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการปรับแต่งรูปแบบการเรียนรู้ กิจกรรม เกม และการติดตามผล

ในการออกแบบ Simulations เมื่อใช้ขั้นตอน Research-Ideate-Choose ทำให้เราตอบคำถามดังต่อไปนี้ได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ

  • What is the problem we are trying to solve?
  • What are we trying to teach the participants?
  • What do we want them to practice?
  • What kind of interaction should be performed by participants; competing,  collaborating, brainstorming etc..?
  • What types of decision do we want participants to make?
© Copyright – AcComm & Image International – All rights reserved.
Contact us: 66 2197 4588-9   Email: info@aclc-asia.com
Official website: www.aclc-asia.com

การโค้ชในองค์กร

For official website, please click  https://www.aclc-asia.com/coaching

มีคำพูดว่า “To grow your business, grow your people first” นั่นคือ การพัฒนาธุรกิจให้เติบโต มาจากการพัฒนาคนให้มีความสามารถ เพื่อที่คนในองค์กรจะได้ช่วยให้ธุรกิจเติบโตและมั่นคงไปด้วยกัน

การโค้ชในองค์กร ทวีความสำคัญยิ่งขึ้น ในยุคที่บุคลากรมีค่านิยมและแรงจูงใจที่หลากหลาย ผู้นำและหัวหน้าที่เก่งจะสามารถอ่านผู้ใต้บังคับบัญชาได้อย่างเฉียบคม และปรับเทคนิค วิธีการโค้ช และเลือกใช้เครื่องมือช่วยในการโค้ชที่เหมาะสม มีประสิทธิผล และประหยัดเวลาในการพัฒนาได้อีกด้วย

ในองค์กรธุรกิจ ถึงแม้การโค้ชแบบตัวต่อตัว จะได้รับความนิยมมาก่อน ในปัจจุบันการโค้ชในรูปแบบทีม ก็ได้รับความนิยมไม่น้อยเลย

การโค้ชแบบตัวต่อตัวจะมุ่งไปที่กระบวนการพัฒนาและผลของลัพธ์ที่บุคคลได้รับ   แต่ในการโค้ชทีมนอกจากจำนวนคนจะมากกว่าแล้ว แต่ไม่ได้มุ่งไปที่เป้าหมายของใครคนใดคนหนึ่ง  การโค้ชทีมจะเน้นไปที่ผลลัพธ์ของทีม

จากการศึกษาด้านการโค้ชของบริษัทแอคคอมแอนด์อิมเมจ อินเตอร์เนชั่นแนล ในปีนี้ (2018) เพื่อสำรวจว่าผู้บริหารและผู้จัดการนำการโค้ชไปใช้ในรูปแบบใดมากที่สุด  โดยสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารและผู้จัดการระดับสูงถึงระดับกลางในองค์กร 480 ท่าน จากองค์กรธุรกิจต่างๆ และได้พบว่า

การโค้ชตัวต่อตัวเพื่อปรับปรุงผลการปฏิบัติงาน เป็นอันดับแรกเลยที่ได้รับการนำไปใช้มากที่สุด คือ 77%   อันดับที่สองคือ การโค้ชแบบตัวต่อตัวเพื่อช่วยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง คือ 66%  ตามมาด้วยการโค้ชแบบทีม ทั้งเพื่อปรับปรุงผลการปฏิบัติงานและเพื่อการปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งถือว่าไม่น้อยเลยเช่นกัน เพราะมีมากกว่า 50%  นอกจากนั้นยังได้พบว่า นอกจากการโค้ชผู้ใต้บังคับบัญชาแล้ว ยังมีการนำการโค้ชไปใช้กับเพื่อนๆ ครอบครัว และกับตนเอง อีกด้วย

ในอนาคต ดิจิทัลเทคโนโลยีและการทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆ จะส่งผลให้สถานที่ทำงานมีการปรับรูปแบบให้ทันสมัยมากขึ้น เช่น เทคโนโลยี VR (Virtual Reality) และ AR (Augmented Reality) ซึ่งดิฉันมองว่า เป็นผลดีต่อการพัฒนาบุคลากร เพราะจะช่วยให้การพัฒนาความสามารถของบุคลากรมีความล้ำหน้ามากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายด้านการเดินทาง และประเมินประสิทธิผลการพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว

การโค้ชในองค์กร - แอคคอมแอนด็อิมเมจ อินเตอร์เนชั่นแนล

ในปี 2025 คาดกว่ากลุ่มมิลเลเนี่ยลส์ (Millennials) จะเป็นบุคลากรกลุ่มใหญ่ในองค์กร คือ 75% และหากเข้ามาทำงานในองค์กร หนึ่งในความคาดหวังคือ อยากจะได้รับการโค้ชและการพัฒนาศักยภาพเพื่อความก้าวหน้าในงานอย่างรวดเร็ว คาดหวังผู้นำที่ยืดหยุ่น ให้อิสระ มีความเป็นโค้ชหรือพี่เลี้ยงในตนเอง

(C)Copyright – All rights reserved. AcComm Group

บทความโดย ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ – โค้ชผู้บริหารที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์โค้ชนานาชาติ

Chief Learning Officer – AcComm & Image International and Leadership & Coaching Solutions / Master Trainer – Leader & Manager as Coach/ ผู้เขียนหนังสือ คู่มือการโค้ช เพื่อผู้นำยุคใหม่/ Leadership Development Affiliate of Dr. Marshall Goldsmith in Thailand.

Contact us:  02 197 4588-9,  Email:  info@aclc-asia.com

 

DISC Certification

ข้อมูลเพิ่มเติม click:  https://www.aclc-asia.com/disc-certification-thailand

Extended DISC Certification

โปรแกรมการอบรม Extended DISC Certification ได้รับการออกแบบสำหรับผู้ที่ต้องการนำ DISC ไปใช้ในองค์กรด้วยความมั่นใจ พร้อมได้รับการรับรองและประกาศนียบัตรการสอน และการประยุกต์ใช้ในรูปแบบต่างๆ เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคน การคัดเลือกผู้บริหารและบุคลากร  การพัฒนาภาวะผู้นำ การพัฒนาการสื่อสาร การวางแผนอาชีพ และการพัฒนาทักษะในงานต่างๆ อีกมากมาย รวมถึงแนวทางการนำไปใช้ในการวิเคราะห์ทีม การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง และวัฒนธรรมองค์กร

การอบรมประกอบด้วย

  • ​การอบรมในรูปแบบสัมมนาเชิงปฏิบัติการ 2 วัน (Workshop)

  • การเรียนรู้ด้วยตนเองแบบ on-line  (On-line Self-study)

  • การติดตามและสนับสนุนการประยุกต์ใช้โดยโค้ชผู้เชี่ยวชาญ (One-on-One or Group Coaching)

ข้อมูลเพิ่มเติม click:  https://www.aclc-asia.com/disc-certification-thailand

DISC Certification by AcComm and Image International

© Copyright – AcComm and Image International – All rights reserved.

Contact us:

Email: info@aclc-asia.com

Tel: 02 197 4588-9

http://www.aclc-asia.com