Thailand Top Inlfuencer in Coaching – Interview by GM Magazine

Atchara Juicharern gave interview to GM Magazine as a Thailand Top Influencer in Coaching.

ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ ให้สัมภาษณ์ใน GM Magazine – Thailand Top Influencer 2018

Atchara Juicharern Thailand Top Influencer in CoachingAtchara Juicharern - Thailand Top Influencer in Coaching

Photo Credit: GM Magazine  (To read more)

***********************************************************************************

Official website, please click:  https://www.aclc-asia.com

การศึกษาด้านการโค้ช

Official website, please click:  

www.aclc-asia.com

บทความโดย อัจฉรา จุ้ยเจริญ

การศึกษาด้านการโค้ชระดับโลก (2016 ICF Global Coaching Study) ของสหพันธ์โค้ชนานาชาติ (International Coach Federation) ล่าสุดนี้ ถือว่าได้รับความร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ จากองค์กรที่ให้ความสนใจในประโยชน์จากการโค้ช จากองค์กรธุรกิจต่างๆ จากองค์กรที่ปรึกษาฯ สถาบันการศึกษาด้านการโค้ช และจากโค้ชมืออาชีพจากประเทศต่างๆ มีผู้ร่วมตอบแบบสำรวจถึง 15,380 คน จาก 137 ประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงประเทศในทวีปเอเชียด้วย นับว่าเป็นการศึกษาด้านนี้ที่มีผู้เข้าร่วมทำการสำรวจมากที่สุด จากอดีตถึงปัจจุบัน และครอบคลุมหลากหลายวัฒนธรรมอีกด้วย

สำหรับในเอเชียมีผู้ร่วมตอบแบบสำรวจกว่าหนึ่งพันเจ็ดร้อยคน ภาษาที่ใช้ในแบบสำรวจมีเก้าภาษา นอกจากภาษาอังกฤษแล้ว ยังมีภาษาญี่ปุ่น เกาหลี ภาษาจีนกลางและ ภาษาต่างๆ ในยุโรปด้วย ผลลัพธ์ที่น่าสนใจจากการศึกษาระดับโลกนี้พอสรุปได้ดังนี้

communication_style_520

ท่านที่สงสัยว่า ผู้ชายหรือผู้หญิงเป็นโค้ชมากกว่ากัน การสำรวจนี้ชี้ชัดว่า 67% ของโค้ชมืออาชีพ เป็นผู้หญิง และ 54% ของลูกค้าที่ใช้การโค้ชก็เป็นผู้หญิง สองในสามคนระบุว่า ลูกค้าที่ตนเองโค้ช อยู่ในระดับผู้จัดการ และรองลงไปคือผู้บริหารระดับสูง เช่น CEO และ CFO หรือใกล้เคียง   60% ของลูกค้าที่รับการโค้ช อายุน้อยกว่า 45

ผู้ร่วมตอบแบบสำรวจ 75% มองว่า ตลาดการโค้ชจะไปได้สวย และจะมีลูกค้าจำนวนมากขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า ส่วนใหญ่เชื่อว่าการโค้ช ไม่ได้ช่วยแค่บุคคล หรือองค์กรเท่านั้น แต่จะมีอิทธิพลในการเข้าไปช่วยคนในวงกว้างออกไปอีก หรือเข้าไปช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีต่อครอบครัวและสังคมอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้ตอบแบบสำรวจ มองว่าอุปสรรคในวงการโค้ชที่สำคัญอันดับต้นๆ คือ ความสับสนในการแยกแยะความแตกต่างของการโค้ชกับวิธีการอื่นๆ ซึ่งเป็นมุมมองที่คล้ายกันสำหรับผู้ตอบแบบสำรวจที่เป็นโค้ชมืออาชีพและผู้บริหารและผู้จัดการในองค์กร

ข้อมูลเพิ่มเติมติดตามได้ที่ http://coachfederation.org

 

Thailand Coaching – ICF Approved Coach Specific Training (ACSTH)

Official website, please click

http://www.aclc-asia.com 

Print

Contact us:  Tel. (66) 2197 4588-9

Email: info@aclc-asia.com, info@aclc-asia.com

Thailand Coaching – ICF Approved Coach Specific Training Hours Program (ACSTH and CCE)

บทความ แนวโน้ม การโค้ช โดย ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ

ปัจจุบันองค์กรมากมายเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาบุคลากรแบบดั้งเดิม มาผสมผสานใช้การโค้ช โดยเฉพาะเมื่อมีผลจากการศึกษาที่สนับสนุนให้เห็นว่า องค์กรที่มีวัฒนธรรมการโค้ชที่ดี มีผลลัพธ์ด้านความผูกพันของบุคลากรที่มีต่อองค์กร และผลลัพธ์ด้านรายได้ที่สูงกว่า

สหพันธ์โค้ชนานาชาติ (International Coach Federation) มีการศึกษาแนวโน้มต่างๆ ของการโค้ชอย่างต่อเนื่อง ปีที่แล้ว (ค.ศ. 2015 ) ได้พบว่า 67% ขององค์กรที่มีวัฒนธรรมการโค้ชที่ดีแล้ว มีการใช้การโค้ชทั้งสามรูปแบบ คือ หนึ่ง ใช้โค้ชมืออาชีพจากภายนอก สอง สร้างโค้ชที่เชี่ยวชาญสำหรับภายในองค์กร และสาม พัฒนาทักษะการโค้ชให้ผู้บริหารและผู้จัดการในองค์กร เมื่อเปรียบเทียบปี ค.ศ. 2014 กับ ค.ศ. 2015 ยังได้พบด้วยว่า มีการเจริญเติบโตต่อเนื่องในการใช้การโค้ชทั้งสามรูปแบบในองค์กร

จากการสำรวจล่าสุดในปีนี้ (ค.ศ. 2016) ได้พบข้อมูลที่น่าสนใจ สำหรับรูปแบบที่สาม คือผู้บริหารและผู้จัดการที่ใช้การโค้ชกับผู้ใต้บังคับบัญชาหรือทีมงาน ผลชี้ว่า 76% ของผู้ที่เข้าร่วมการสำรวจ รายงานว่า ใช้ความรู้ ทักษะและวิธีการโค้ชกับทีมและกลุ่มงาน   64% นำการโค้ชไปใช้กับกลุ่มบุคลากรที่มีศักยภาพสูง สำหรับการพัฒนาให้ผู้บริหารและผู้จัดการมีทักษะและวิธีการโค้ช  73% ระบุว่าได้รับการอบรมจากหลักสูตรการโค้ชที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน

ผู้บริหารหญิงมีการโค้ชผู้ใต้บังคับบัญชา 64% ซึ่งสูงกว่า ผู้บริหารชายซึ่งอยู่ที่ 34% เมื่อดูที่ระดับการศึกษาพบว่า 61%  มีระดับการศึกษาระดับปริญญาโทขึ้นไป  และเมื่อดูตามทวีป ทวีปที่ผู้บริหารใช้ทักษะการโค้ชกับผู้ใต้บังคับบัญชาหรือทีมงานมากที่สุดคือ ทวีปอเมริกาเหนือ (33%) รองลงมาคือ ทวีปยุโรป (27%) และสำหรับในเอเชียอยู่ที่ 18%

(ข้อมูลเพิ่มเติม: Coaching Study – coachfederation.org/2016study)

ดร.แดเนียล โกลด์แมน นักจิตวิทยาที่มีชื่อเสียง และผู้เขียนหนังสือโด่งดังคือ Emotional Intelligence ได้กล่าวถึง สไตล์ผู้นำที่สำคัญหกสไตล์ และผู้นำสไตล์โค้ชส่งผลเชิงบวกต่อผลงานและบรรยากาศการทำงาน แต่กลับเป็นสไตล์ที่ได้รับการนำมาใช้น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับสไตล์อื่นๆ

ถึงแม้องค์กรส่วนใหญ่จะตระหนักในความสำคัญของการส่งเสริมให้ผู้บริหารและผู้จัดการใช้การโค้ชในทีมงานก็ตาม แต่สำหรับผู้บริหารเอง มีไม่น้อยเลยที่เผชิญกับอุปสรรคของการนำทักษะมาใช้ในการทำงานจริง การพัฒนาให้ผู้บริหารและผู้จัดการเป็นโค้ชที่ดีนั้น หลังจากพัฒนาทักษะไปแล้ว ผู้สอนจึงควรติดตามให้การสนับสนุนต่อเนื่อง และอาจต้องใช้กระบวนการปรับเปลี่ยนอุปนิสัยเข้ามาช่วยด้วย

(C) Copyright – All rights resreved.

 **************

Official website, please click:  https://www.aclc-asia.com/coaching

ข้อมูลหลักสูตร Coaching:

https://www.aclc-asia.com/coaching

Coaching (การโค้ช)

Official website, please click:

https://www.aclc-asia.com/coaching

ข้อมูลหลักสูตร Coaching:

https://www.aclc-asia.com/coaching

Leadership Development by AcComm and Image International

ดิฉันเชื่อว่า ความรู้สึกและสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเราวันนี้ ส่วนหนึ่งมาจากผลพวงของคำถามที่เราถามตนเองเมื่อวานนี้ การตั้งคำถามให้ตนเองจึงมีความสำคัญต่อความสุขของเรา 

วิธีการโค้ชตนเองง่ายๆ ทำได้โดยเปลี่ยนจากการใช้คำถามแบบ Passive Questions ซึ่งนำให้เราตำหนิสิ่งแวดล้อมภายนอก ที่เราควบคุมไม่ได้  มาเป็นการใช้คำถาม Active Questions ที่ทำให้เรามีความสุขสำเร็จมากขึ้น ซึ่งเป็นเทคนิคที่แนะนำโดย Dr. Marshall Goldsmith กูรูการโค้ชของวงการ

จากการศึกษาของ Dr. Marshall Goldsmith ที่มีผู้ร่วมตอบแบบสำรวจ 2,537 คน: 

  • 37% ของผู้ที่ถามคำถาม Active Questions กับตนเองเป็นเวลาสองอาทิตย์ รู้สึกดีขึ้นในทุกด้าน
  • 65% บอกว่า ดีขึ้นอย่างน้อยสี่ด้าน
  • 89% บอกว่าดีขึ้นอย่างน้อยหนึ่งด้าน
  • 5% บอกว่าเหมือนเดิม
  • และ 0% บอกว่า แย่กว่าเดิม นั่นหมายความว่า ไม่มีใครบอกว่า แย่ลง แม้แต่คนเดียว

Dr. Marshall Goldsmith แนะนำ หกคำถาม (Active Questions) ในการโค้ชตนเอง ที่จะทำให้เรามีความสุขมากขึ้น  

  1. ฉันได้ทำดีที่สุดหรือยัง ในการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนให้ตนเอง
  2. ฉันได้ทำดีที่สุดหรือยัง ในการสร้างความคืบหน้าไปสู่การบรรลุเป้าหมาย โดยสำเร็จ
  3. ฉันได้ทำดีที่สุดหรือยัง ที่จะทำให้ตนเองมีความสุข
  4. ฉันได้ทำดีที่สุดหรือยัง ที่จะทำให้งานที่ทำเป็นงานที่มีความหมาย
  5. ฉันได้ทำดีที่สุดหรือยัง ที่จะทำให้ตนเองรักและเต็มที่กับงาน
  6. ฉันได้ทำดีที่สุดหรือยัง ในการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่นในการทำงาน และร่วมงานกัน

ก่อนปิดท้าย อยากให้ลองถามตนเองว่า ในการดำเนินชีวิตและการทำงานของเราทุกวันนี้ เคยถามตนเองหรือไม่ ว่าเราทำเพื่ออะไร

  • เพื่อทำงานให้เสร็จสิ้นไปวันๆ
  • เพื่อให้มีเงินทองซื้อหาทรัพย์สินที่ต้องการ
  • เพื่อให้เกิดความสุขที่ยั่งยืน

เรียบเรียงโดย ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ (PCC)  โค้ชผู้บริหาร ที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์โค้ชนานาชาติ

AcComm Group is Leadership Development Affiliate of Dr. Marshall Goldsmith in Thailand

(C) Copyright – All rights reserved.