ประชุม (อีกแล้วเหรอ!)

0

คิดสด พูดสด

บทความ โดย ดร. อัจฉรา จุ้ยเจริญ

ในปัจจุบัน ถึงจะอยู่กันคนละสถานที่หรือห่างไกลกันคนละประเทศ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยให้เราประชุมกันแบบเห็นหน้าเห็นตาได้ โดยไม่ต้องเดินทางมาอยู่ในห้องประชุมเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การประชุมที่ไม่มีประสิทธิภาพ ใช้เวลามากไป อาจทำให้ผู้เข้าร่วมเบื่อหน่ายและกระทบผลิตภาพในการปฏิบัติงาน

มีการศึกษาที่ระบุว่า ผู้บริหารระดับสูงใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 23 ชั่วโมงในแต่ละอาทิตย์ในการประชุม และส่วนใหญ่เห็นด้วยว่า สิ่งที่เผชิญอยู่คือไม่ได้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากการประชุม เพราะสาเหตุเช่น บ่อยครั้งที่เวลาและสถานที่ประชุมมีการเปลี่ยนแปลงแบบกะทันหัน ทำให้ผู้เข้าร่วมบางคนไม่ได้เตรียมการมาเต็มที่ หรือหัวข้อการประชุมกว้างจนเกินไป และซ้ำซ้อนกับการประชุมอื่นๆ  อีกทั้งบ่อยครั้งที่มีหัวข้อปัญหาใหม่ๆโผล่ขึ้นมาระหว่างการประชุม ขาดโฟกัสในการปรึกษาหารือกัน

มีองค์กรที่พยายามจะบริหารจัดการการประชุมให้มีประสิทธิภาพ เช่น มีการกำหนดหัวข้อและการเตรียมการล่วงหน้า และรักษาโฟกัสของการสนทนา แต่เมื่อองค์กรขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ผู้บริหารและบุคลากรก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการประชุมมากขึ้น แบบไม่หยุดหย่อนในแต่ละอาทิตย์  เวลาที่หายไปส่งผลต่อความเหนื่อยล้าและความพึงพอใจในการทำงานในองค์กร

วิธีการปรับปรุงเรื่องนี้ไม่สามารถทำได้ด้วยคนๆเดียว ต้องมาจากการร่วมมือกัน โดยเริ่มจากข้อแรกคือ ลองสำรวจความเห็นของทีมงานต่างๆแบบสั้นๆ ก่อนจะตกลงกันเช่น

  • พวกเขาคิดหรือรู้สึกอย่างไรกับการประชุมที่เป็นอยู่
  • การประชุมที่เป็นอยู่มีผลิตภาพ มีประโยชน์ คุ้มค่ากับเวลาที่ใช้หรือไม่
  • ถ้าไม่ มีอะไรที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง
  • ในมุมมองของพวกเขา การประชุมที่มีประสิทธิภาพ เมื่อเปรียบเทียบกับการประชุมที่ไม่มีประสิทธิภาพ มีความแตกต่างกันตรงไหน อย่างไร

อบรมที่ไหนดี AcComm and Image International

เมื่อได้ข้อมูลมาแล้ว วิเคราะห์สิ่งที่ดีอยู่แล้ว และสิ่งที่ควรเปลี่ยนแปลง ทำข้อตกลงร่วมกันคล้ายๆเป็น กฎ กติกา มารยาทในการประชุม

มีองค์กรที่มีเทคนิคที่น่าสนใจ เช่น จัดให้มีวันหนึ่งในอาทิตย์ที่ทุกหน่วยงานจะไม่มีการประชุม (a meeting-free day) โดยหากจำเป็นต้องสื่อสารความคืบหน้าในงานอย่างไร ก็จะหาวิธีที่สร้างสรรค์แบบอื่น แทนการมาประชุมกัน นอกจากนี้มีองค์กรที่กำหนดให้ผู้เข้าร่วมประชุม มาประชุมให้อยู่ในกรอบเวลา และไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์พกพาเข้ามา เพราะมองว่าทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมขาดสมาธิและทำให้การประชุมยืดเยื้อ

หลังจากใช้กติกาใหม่ไปแล้ว หากมีการติดตามสำรวจความเห็นก็จะช่วยให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องได้ โดยถามสั้นๆ ว่า รู้สึกอย่างไร หรือคิดอย่างไรกับวิธีการใหม่ๆ มีการใช้เวลาที่คุ้มค่าขึ้นไหม การทำงานร่วมกันในทีม หรือระหว่างทีมเป็นอย่างไร

การประชุมที่ดีต่อใจ ช่วยเพิ่มผลิตภาพในการทำงาน การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การประสานงานระหว่างทีมที่ราบรื่นได้ ที่สำคัญทำให้ทุกคนประชุมกันอย่างมีความสุขมากขึ้นด้วย

อบรมการบริหารเวลา หลักสูตร Time Management

AcComm and Image International

Contact us: (66) 2197 4588-9

Email: info@spg-asia.com

Official website: www.spg-asia.com

 

***********************************

 

 

 

สร้างวัฒนธรรมการโค้ชในองค์กร

1

ดร. อัจฉรา จุ้ยเจริญ

บทความ โดย ดร. อัจฉรา จุ้ยเจริญ  โค้ชผู้บริหารที่ได้รับการรับรองจาก ICF  ในระดับ PCC

สหพันธ์โค้ชนานาชาติ หรือ International Coach Federation (ICF)  ได้ทำการศึกษาองค์กรในประเทศต่างๆ อย่างต่อเนื่องอีกครั้ง ร่วมกับ Human Capital Institute (HCI) ถึงความเชื่อมโยงของการสร้างวัฒนธรรมการโค้ชในองค์กรกับประโยชน์ที่องค์กรได้รับ โดยเฉพาะในด้านการสร้างความผูกพันของบุคลากรที่มีต่อองค์กร (Employee Engagement) พอสรุปผลล่าสุดที่ได้รับออกมาดังนี้

ในปี 2014  มี 13%  ขององค์กรที่ร่วมในการสำรวจ รายงานว่ามีวัฒนธรรมการโค้ชในองค์กรแล้ว โดย 65% ของบุคคลจากกลุ่มองค์กรเหล่านี้ ยืนยันว่าเขามีความผูกพันต่อองค์กรในระดับสูงมาก

ในปี 2015 ผลลัพธ์การสำรวจจากกว่าสามร้อยองค์กรที่เข้าร่วม ได้เผยถึงแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน  ในด้านงบประมาณ องค์กรวางแผนงบประมาณเพื่อการโค้ชในรูปแบบต่างๆ มากกว่าปีที่แล้ว 3%  ในด้านผลตอบแทนที่ได้รับ สำหรับองค์กรที่มีวัฒนธรรมการโค้ชแล้วยังคงรายงานถึงผลดีที่ได้รับคือมีระดับ Employee Engagement ที่สูงขึ้น อีกทั้งบุคลากรที่มีศักยภาพสูงที่ได้รับโอกาสให้เข้าถึงการโค้ช รายงานถึงความผูกพันที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว นอกจากนั้นองค์กรกลุ่มนี้ยังรายงานถึงด้านการเติบโตของรายได้ที่สูงกว่าองค์กรใกล้เคียงกัน

ในการประเมินว่าองค์กรนั้นถือได้ว่ามีวัฒนธรรมการโค้ชที่แข็งแกร่งแล้วหรือไม่ ICF ได้ใช้เกณฑ์ให้ผู้ร่วมทำสำรวจประเมินองค์กรของตนเองดังต่อไปนี้ หนึ่ง เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าบุคลากรเห็นคุณค่าให้ความสำคัญกับการโค้ช สอง เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าผู้บริหารระดับสูงเห็นคุณค่าให้ความสำคัญกับการโค้ช สาม ผู้จัดการและผู้นำในองค์กรให้เวลาในการโค้ชในแต่ละอาทิตย์สูงกว่าโดยเฉลี่ยทั่วไป สี่ ผู้จัดการและผู้นำในองค์กรได้รับการอบรมด้านการโค้ชในโปรแกรมที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน  ห้า การโค้ชได้รับการจัดวางและการสนับสนุนในระบบงบประมาณเป็นที่แน่นอน  และหก คือ บุคลากรทั้งหมดในองค์กร ได้รับโอกาสเท่าเทียมกัน ในการได้รับการโค้ชจากโค้ชที่มีความเป็นมืออาชีพ  ในการสำรวจนี้ ICF จะนับเฉพาะกลุ่มที่เลือกห้าหรือหกข้อในเกณฑ์ที่ให้ไว้ ที่ถือว่ามีวัฒนธรรมการโค้ชที่แข็งแกร่งแล้ว  จะเห็นว่า ICF มองหาการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ซึ่งมากกว่าเพียงแค่การเห็นความสำคัญเท่านั้น

ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาอ่านได้จาก http://www.coachfederation.org

cropped-e0b8ade0b89ae0b8a3e0b8a1-e0b8abe0b8a5e0b8b1e0b881e0b8aae0b8b9e0b895e0b8a3-e0b881e0b8b2e0b8a3e0b982e0b884e0b989e0b88a-coaching-and-mentoring-1.jpg

สร้างวัฒนธรรมการโค้ชในองค์กร

ในการสร้างการโค้ชเป็นวัฒนธรรมองค์กร คำถามแรกคือ เราจะทราบได้อย่างไร ว่าองค์กรเราได้มีวัฒนธรรมการโค้ชแล้ว เราสามารถประเมินวัฒนธรรมการโค้ชในองค์กรได้จากสองด้านด้วยกันนะคะ คือด้านรูปธรรม มองเห็นได้ กับด้านนามธรรม มองไม่เห็นแต่ซึมลึกอยู่ในการกระทำของคนในองค์กร

 รูปธรรม

  1. ความสำคัญของการโค้ชงานถูกระบุไว้ในกลยุทธ์และพันธกิจขององค์กรแล้วหรือยัง
  2. ทักษะการโค้ชถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในสมรรถนะที่สำคัญของผู้บริหารในองค์กรหรือไม่
  3. ผู้บริหารและผู้จัดการใช้สไตล์การพูดคุยแบบโค้ช ในการประชุม ในการระดมสมอง ในการแก้ปัญหาต่างๆร่วมกันกับทีมงาน
  4. ได้ระบุความหมายเฉพาะของการโค้ชสำหรับองค์กรเราแล้ว
  5. วางกลยุทธ์และระบบการโค้ชที่ชัดเจน เช่นผู้บริหาร ผู้จัดการ หัวหน้างาน ที่จะทำหน้าที่โค้ชในองค์กรเราควรมีสมรรถนะพื้นฐานอะไร และควรเพิ่มเสริมอะไรเฉพาะองค์กรของเรา

นามธรรม

  1. คนในองค์กรมีมุมมองไปในทางเดียวกันว่า คนทุกคนมีศักยภาพและทรัพยากรความสามารถแตกต่างกันไปซ่อนอยู่ในตนเอง
  2. คนของเราเข้าใจว่าการได้มีส่วนในการคิดหาคำตอบและทางออกด้วยตนเองด้วยจะทำให้คนพัฒนาได้รวดเร็วขึ้น
  3. บุคลากรในองค์กรชอบเรียนรู้ พัฒนาตนเองแสวงหาความรู้ และทักษะใหม่ๆด้วยความกระตือรือร้น

ประเด็นสำคัญอย่างหนึ่ง ที่องค์กรจัดอบรมทักษะการโค้ชให้ผู้บริหารหรือผู้จัดการในองค์กรไปแล้ว แต่กลับไม่มีการนำไปปฏิบัติจนเกิดเป็นวัฒนธรรม สาเหตุอย่างหนึ่งคือการอบรมนั้นไม่ได้ออกแบบมาสำหรับบริบทของผู้บริหารในองค์กร  เสียงบ่นที่ตามมาคือ ยาก ทำไม่ได้ ก็เลยไม่ทำดีกว่า  ยกตัวอย่างเช่น เมื่อไปอบรมมา ผู้บริหารจะทราบว่าโค้ชที่ดีไม่ควรสั่งแต่ให้ถาม แต่พอนั่งถามลูกน้องไปสักพัก กว่าจะเข้าใจว่าควรจะโฟกัสอะไร ก็ฟังจนเหนื่อยแล้ว ปัญหาต่อไปคือ แล้วจะใช้เครื่องมืออำนวยการพัฒนาอะไร การปรับความคิดควรช่วยยังไง และการติดตามผลสำหรับเรื่องนี้ใช้วิธีการและระยะเวลาเท่าไหร่ดีที่สุด

ทักษะการโค้ชที่นำเข้ามาให้ผู้บริหารในองค์กร จึงควรออกแบบด้วยความเข้าใจบริบทของผู้บริหารและผู้จัดการ หัวหน้างาน ในองค์กร ผลลัพธ์การโค้ชในองค์กรมักต้องเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ของงานด้วย

การอบรมทักษะการโค้ชให้ผู้บริหารในองค์กร จึงอาจต้องเริ่มที่การปรับกระบวนทัศน์ ทัศนคติหรือความตั้งใจก่อน ว่าบทบาทของผู้บริหารในฐานะโค้ชคืออะไร ผู้สอนการโค้ชในองค์กร ที่เชี่ยวชาญ จะสามารถช่วยให้ผู้บริหารมีวิธีการออกแบบการเรียนรู้และพัฒนาโค้ชชี่ที่สร้างสรรค์ เป็นระบบ และประหยัดเวลา

ที่สำคัญการโค้ชใช้ทักษะการสื่อสารขั้นสูง ดังนั้นการปูพื้นทักษะการสื่อสารที่ดี จัดระบบการพูด การฟังและการถามได้เอง จะช่วยให้โค้ชได้ดีอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญ ทักษะต่างๆนี้ ยังส่งเสริมสมรรถนะด้านภาวะผู้นำของผู้บริหารและผู้จัดการ ได้อย่างไม่น่าเชื่ออีกด้วยค่ะ

สำหรับขั้นตอนการสร้างวัฒนธรรมการโค้ชในองค์กร ถ้าตามโมเดลที่ใช้กันทั่วไปมักจะมี 7 หรือ 8 ขั้นตอน อย่างไรก็ตาม เมื่อนำมาปฏิบัติจริงๆ จากประสบการณ์ของดิฉันนั้น องค์กรที่ทำได้ดีและมีความคืบหน้า ไม่ได้เริ่มเป็นลำดับตามนั้น แต่เป็นองค์กรที่เริ่มจากการวิเคราะห์ตนเองก่อน ว่าปัจจุบันอยู่ตรงไหน และสามารถทำหลายขั้นตอนไปพร้อมกันได้ เพื่อให้เกิดประสิทธิผลเร็วที่สุดค่ะ

        แอคคอมแอนด์อิมเมจ อินเตอร์เนชั่นแนล – ผู้ออกแบบและสอนหลักสูตรการโค้ชในองค์กร

 เพื่อไปสู่วัฒนธรรมการโค้ชในองค์กร

ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการเรียนการสอน โดย ICF (International Coach Federation)

AcComm & Image International- Affiliate of Dr. Marshall Goldsmith in Thailand

Contact: 2197 4588-9,  081 172 3666

Official website, please click:

www.spg-asia.com

www.coachtrainingasia.com

 

อบรมหลักสูตร Manager as Coach

0
หลักสูตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจาก สหพันธ์โค้ชนานาชาติ (International Coach Federation)

หลักสูตรที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจาก สหพันธ์โค้ชนานาชาติ (International Coach Federation)

รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ แอคคอมฯ 02 197 4588-9

Email. Sarun@spg-asia.com

Official website:  http://www.spg-asia.com/Coaching.html

หลักสูตรการโค้ช อบรมการโค้ช

0

ICF Approved Coach Training in Bangkok Thailand

หลักสูตรการโค้ช ACSTH และ CCE ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลจาก International Coach Federation (ICF) สอนโดยโค้ชที่ได้รับการรับรองจาก ICF การสอนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ เน้นการโค้ชในองค์กร (Coaching Skills & Tools for High Performance Organization) และการนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมการโค้ชในองค์กรอย่างมีประสิทธิผล (Creating Coaching Culture) มีระบบประเมินก่อนและหลังการอบรม

ออกแบบเฉพาะสำหรับผู้บริหาร ผู้นำ ผู้จัดการ และหัวหน้างานในองค์กร  เน้นฝึกปฏิบัติ การให้และแลกเปลี่ยน Feedback  โมเดลการสอนมาจากการวิจัยที่พิสูจน์ว่ามีความสำเร็จ และเป็นเครื่องมือที่  Fortune 100 Companies ได้นำไปใช้ในการสร้างผู้บริหารนักโค้ช และการสร้างการโค้ชให้เป็นวัฒนธรรมองค์กร

ชั่วโมงอบรมกับแอคคอมฯ ได้รับการอนุมัติ ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของ ICF และใช้สะสมได้เพื่อการสอบรับรองจาก ICF

Official website:  http://www.spg-asia.com/home2.html

Contact: 02 197 4588-9

Email: sarun@spg-asia.com

ACSTH – ICF Approved Coach Training in Thailand สอนโดย ดร. อัจฉรา จุ้ยเจริญ

0

“Coaching Essentials & Principles Certificate Program” by AcComm  ได้รับการอนุมัติ มาตรฐานสากล โดย ICF ครบถ้วนทุกประการ

(ACSTH Program in Thailand)

Contact us: (66) 2197 4588-9, Email.  info@spg-asia.com

Official website: http://www.spg-asia.com   or for Coaching Programs, click:   http://www.spg-asia.com/Coaching.html

ACSTH Program in Thailand -  ICF Approved Program in Thailand