Training and Coaching in Thailand – Magazine by AcComm

ปั้นผู้จัดการเป็นผู้นำ ได้อย่างไร

Leadership Development

บทความ โดย ดร. อัจฉรา จุ้ยเจริญ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารอธิบายความแตกต่างระหว่าง การเป็นผู้จัดการกับการเป็นผู้นำ มีทั้งคำอธิบายที่คล้ายกัน และมีรายละเอียดในมิติที่แตกต่างกันไป โดยรวมแล้ว การจัดการ (Management) เป็นการมุ่งไปที่ธุรกิจ การบริหารงานให้บรรลุผลลัพธ์ที่กำหนดไว้ รวมไปถึงการวางแผน จัดการและควบคุมให้ระบบต่างๆเกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุด

ภาวะผู้นำ (Leadership) มุ่งไปที่การเป็นผู้นำคนที่ดี การโน้มน้าวให้บุคลากรมีแรงบันดาลใจในการร่วมเดินทางสร้างความสำเร็จทั้งปัจจุบันและอนาคต ซึ่งในเส้นทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง ต้องอาศัยความมุ่งมั่น และความมั่นใจของคน จึงจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างราบรื่น ผู้นำกำหนดวิสัยทัศน์ และใช้สไตล์การสื่อสารที่เข้าใจง่ายและโน้มน้าวใจ และหากมีบุคลากรจำนวนมาก ก็จะเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่หลากหลายและช่องทางที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้

ถึงแม้ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะผู้นำมักแนะนำว่า  “Lead First, Manage Second” (นำก่อน แล้วค่อยจัดการ) ในการเป็นผู้บริหารที่ประสิทธิผล ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราจำเป็นต้องใช้ความสามารถทั้งสองด้าน ทั้งการจัดการและภาวะผู้นำ  ผู้ที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นผู้นำ มักเป็นผู้ที่ได้พิสูจน์ให้องค์กรเห็นมาแล้วว่ามีความสามารถในการจัดการได้ดี  ทว่าการเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นผู้นำคนจำนวนมาก หรือมานำคนที่มีความสามารถมากขึ้น แต่ยังใช้การจัดการแบบเดิมๆ เช่นต้องการเป็นผู้ตัดสินใจเองทุกอย่าง เน้นลงรายละเอียดมากไป หรือต้องการบรรลุผลลัพธ์ของตนหรือหน่วยงานตน โดยมองข้ามผลที่จะเกิดขึ้นต่อองค์กรในภาพใหญ่ หรือในอนาคต ความสามารถในการบริหารจัดการที่เคยเป็นประโยชน์ อาจกลายมาเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จทั้งของตนเองและองค์กรได้

การปรับมุมมองและวิธีการคิดเพื่อเพิ่มความเป็นผู้นำ ขึ้นอยู่กับระดับการบริหารและบทบาทหน้าที่ในองค์กรด้วย หากจะกล่าวถึงผู้นำระดับสูง หรืออยู่ในตำแหน่งที่เป็นผู้นำองค์กร มีมิติการปรับที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

  • จากรู้ลึกมาเป็นรู้กว้าง จากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มาเป็นผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจหลากหลาย มองภาพรวมและเข้าใจความเชื่อมโยงของทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานที่เป็นกลไกสำคัญของธุรกิจ และมองออกว่าจะประเมินผู้นำในแต่ละหน่วยงานนั้นอย่างไรด้วย
  • จากผู้ลงมือก่อสร้าง มาเป็นผู้ออกแบบองค์กรที่จะนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน
  • จากนักแก้ปัญหา มาเป็นผู้กำหนดปัญหาที่คนควรให้ความสำคัญ มองเห็นถึงโอกาสและสิ่งที่อาจเป็นภัยคุกคามความสำเร็จของธุรกิจ และกำหนดหัวข้อให้ทีมเห็นว่าเราควรจะเตรียมรับมือกับอะไร  รวมถึงอำนวยให้หน่วยงานต่างๆ ประสานความรู้และทรัพยากรระหว่างกันได้ เพื่อช่วยให้องค์กรแก้ไขปัญหาซับซ้อนต่างๆ ได้ดี
  • จากนักรบ มาเป็นนักการทูต จากที่เคยใช้เวลาไปกับการสร้างกองกำลังเพื่อชัยชนะ มาเป็นผู้ที่โน้มน้าวผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และสร้างพันธมิตรให้มากขึ้น

     business-planning2

เราจะพัฒนาผู้จัดการให้มีภาวะผู้นำมากขึ้นได้อย่างไร

บางคนมีภาวะผู้นำติดตัวมา จึงพัฒนาได้เร็ว  แต่บางคนก็ต้องมาพัฒนาหรือเสริมประสบการณ์กันไป ใช้เวลาไม่เท่ากัน หากจะแบ่งเป็นช่วงเวลาในการพัฒนาให้เกิดความต่อเนื่อง มีแนวทางเช่น

เมื่อเล็งเห็นแวว  เมื่อพอเล็งเห็นว่าบุคคลนี้เป็นผู้มีแววดี มีศักยภาพความเป็นผู้นำ อาจเริ่มปูพื้นฐานให้มีประสบการณ์ในการร่วมปฏิบัติงานข้ามหน่วยงาน  มอบหมายให้ไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ ให้ได้เข้าไปร่วมทำงานในโครงการที่ท้าทายต่างๆ เช่น การพลิกสถานการณ์ธุรกิจ การยุบหน่วยงาน หรือการขยายธุรกิจ จัดระบบให้มีโค้ชภายในหรือจากภายนอกองค์กร ช่วยกระตุ้นและติดตามการเรียนรู้

เมื่อมีผลงานชัดเจน  เมื่อบุคคลนี้สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน ขยับขยายให้เขาหรือเธอไปสู่ตำแหน่งที่ได้มีโอกาสติดต่อสื่อสารกับผู้ลงทุน สื่อมวลชน ลูกค้าคนสำคัญขององค์กร ให้ได้ร่วมงานใกล้ชิดกับผู้นำองค์กรที่มีประสบการณ์สูง หรือให้ได้เป็นผู้นำโครงการการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่ต้องใช้ความสามารถในการสื่อสาร การโน้มน้าว ความเป็นนักการทูต  หากขาดทักษะการสื่อสาร เป็นโอกาสเหมาะในการให้การอบรม เพราเขาหรือเธอจะได้ประยุกต์ใช้ได้ทันที

การสนับสนุนด้านทีมงาน การคัดสรรทีมงานที่ดีให้มือใหม่ ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจได้เช่นกัน เช่นทีมงานที่มีความสามารถ มีความมุ่งมั่น และกล้าแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์  การส่งเสริมกิจกรรมที่เสริมความไว้วางใจ ทำให้ “รู้เขา รู้เรา” ก็จะช่วยให้การปรับตัวเข้าสู่ตำแหน่งใหม่สำเร็จได้เร็วขึ้น

ก่อนขึ้นเขียง  ก่อนจะขึ้นรับตำแหน่งสำคัญจริงๆ เปิดโอกาสให้บุคคลนี้ได้เข้าโปรแกรมการพัฒนาผู้บริหารระดับสูง เปิดโอกาสให้มีโค้ชและมีที่ปรึกษาที่เขาหรือเธอไว้วางใจ  การเข้าสู่โปรแกรมรูปแบบนี้ดีต่อการปรับตัวและการสร้างเครือข่ายสัมพันธ์ในสังคมธุรกิจอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม บางครั้งเราจะได้ยินจากผู้จัดการบางท่านบ่นว่า “ทำไมให้ฉันไปทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ งานปัจจุบันก็ยุ่งอยู่แล้ว” หรือ “ผมได้รับเชิญไปเข้าหลักสูตรนี้ทำไม ไม่เห็นเกี่ยวกับงานของผม”  ตามมาด้วยการโดดร่ม

ปัญหาเช่นนี้พอจะคลี่คลายได้ โดย หนึ่ง ผู้จัดหาโปรแกรมการพัฒนา ควรสรรหาโปรแกรมที่นำไปใช้ได้จริงในการทำงาน (Practical)  มีกระบวนการเรียนรู้และเครื่องมือที่เข้าใจง่าย (Simple)

สองคือ ผู้บริหารของเขาเอง จำเป็นต้องสื่อสารอย่างชัดเจนถึงความสำคัญในการเข้าร่วมโปรแกรม และท้ายสุด อยู่ที่ตัวของผู้จัดการเองว่า จะเปิดรับโอกาสที่ได้รับ หรือจะปล่อยโอกาสนั้นไป

***********************

AcComm & Image International

Official website, please click http://www.spg-asia.com

 

 

Tagged as: , , , , , ,

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Official website, please click www.spg-asia.com

Tel. +662 197 4588-9
Email: info@spg-asia.com
%d bloggers like this: