Training and Coaching in Thailand – Magazine by AcComm

สอนการโค้ช สอนทักษะการโค้ช เรียนทักษะการโค้ชทีไหนดี

Atchara Juicharern in GM Magazine - interview

ภาพและบทสัมภาษณ์ Credit: GM Magazine

Official website, please click

http://www.spg-asia.com

Tel: 2197 4588-9  หรือ 081 172 3666   Email:  sarun@spg-asia.com

 

บทความสมรรถนะของโค้ช โดย ดร. อัจฉรา จุ้ยเจริญ

สมรรถนะของโค้ชที่ดี เมื่อศึกษาจากแหล่งข้อมูลหรือสถาบันต่างๆ หรือโค้ชที่มีประสบการณ์ พบว่าสมรรถนะของโค้ชที่ดีมีความคล้ายคลึงกัน ดิฉันขออิงจากสมรรถนะของสมาพันธ์ของโค้ชนานาชาติ  และเพื่อให้เข้าใจง่ายๆ ขออธิบายสรุปดังนี้ โค้ชควรมีสมรรถนะแบ่งออกเป็นสี่กลุ่ม โดยมีข้อย่อยๆเป็นองค์ประกอบดังนี้:

สามารถสร้างพื้นฐานความเข้าใจให้ตรงกัน (Foundation)

อธิบายคำจำกัดความและกระบวนการของการโค้ชได้ชัดเจน และปฏิบัติตามหลักการและจริยธรรมของโค้ช ตัวอย่างเช่น ไม่เป็นฝ่ายบังคับหรือยื่นคำแนะนำให้โค้ชชี่ทำในสิ่งที่มาจากความคิดและเหตุผลของโค้ชเอง ไม่มีสมองของมนุษย์สองคนใดในโลกนี้ ที่เหมือนกัน ดังนั้นการนำความคิดและเหตุผลของโค้ชไปใส่หัวโค้ชชี่ อาจไม่ได้เป็นการช่วยให้โค้ชชี่เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างใด ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญต่างคนและต่างสถาบันอาจมีคำจำกัดความแตกต่างกันไป ไม่ควรไประบุว่าของใครถูก ของใครผิดคุยกับโค้ชชี่ ให้เข้าใจตรงกันก่อน ว่าบทบาทหน้าที่ของทั้งคู่คืออะไร และกระบวนการการโค้ชเป็นอย่างไร เปรียบเหมือนการเดินทางไกลร่วมกัน ควรตกลงกันก่อนว่า ใครทำหน้าที่อะไร  เราจะแวะตรงไหนระหว่างทาง เราต้องใช้อะไรระหว่างการเดินทางบ้าง

พัฒนามิตรสัมพันธ์และการเป็นคู่คิดที่ดี (Partnership)

เมื่อมาพบกัน โค้ชวางตัวเป็นที่น่าไว้วางใจ สร้างศรัทธา มีมนุษยสัมพันธ์ รู้ว่าอะไรควรพูดและไม่ควรพูด ไม่พูดในสิ่งที่จะทำลายความเชื่อมั่น เช่นการกล่าวถึงบุคคลที่สามในทางลบ อาจทำให้โค้ชชี่กลัว บรรยากาศการสื่อสารที่ดีควรปลอดภัย นำไปสู่การเปิดใจและการพูดคุยที่ตรงไปตรงมาโค้ชสามารถโฟกัสหรือมุ่งความสนใจไปที่ความคิดและการพัฒนาของโค้ชชี่ ไม่ใช่มัวแต่ห่วงกังวลผลงานการโค้ชของตนเอง ควรยืดหยุ่นตามเส้นทางของโค้ชชี่ได้ โดยไม่ยึดติดกับเส้นทางของตนเอง

เชื่อในและใช้วิธีการสื่อสารแบบโค้ช (Coach’s Communication)

การฟัง เป็นผู้ฟังที่ใส่ใจและพยามยามทำความเข้าใจ ทั้งสิ่งที่โค้ชชี่พูดออกมาและไม่ได้พูดออกมา ฟังเชิงลึกเพื่อรับรู้ค่านิยม ความเชื่อต่างๆ แต่เป็นการรับฟังโดยปราศจากอคติ เงื่อนไข หรือการสรุปตัดสินใดๆ รวมทั้งเมื่อฟังแล้วสามารถนำสิ่งที่ได้ฟังจากโค้ชชี่มาสะท้อนกลับให้โค้ชชี่ฟังโดยเลือกใช้ประโยคและคำพูดสะท้อนกลับไปอย่างชัดเจน และไม่ควรผสมคำแนะนำใดๆลงไป หากทำได้ จะช่วยให้โค้ชชี่ทบทวนหรือเข้าใจความเชื่อมโยงของสิ่งต่างๆได้ด้วยตนเอง เกิดการประจักษ์รู้และเข้าใจสถานการณ์ตนเองดียิ่งขึ้น ความชัดเจนมักนำไปสู่ความกระตือรือร้นและการหาหนทางออกที่ดีสำหรับตนเองได้ดีขึ้น

การถาม การถามคำถามที่ดี จะมาจากข้อที่แล้วคือการฟังที่ดีก่อน คำถามจึงจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาของโค้ชชี่ การถามควรเน้นไปที่อนาคต เน้นการค้นพบหนทางที่แตกต่าง กระตุ้นความมุ่งมั่น คำถามอาจท้าทายสมมุติฐานของโค้ชชี่ได้ เพื่อกระตุ้นความคิดการพูด

การพูดของโค้ชจะกระชับ ชัดเจน อย่างเช่น การกล่าวถึงวัตถุประสงค์ กำหนดการ  หรือถ้ามีแบบฝึกหัด การฝึกปฏิบัติ วิธีการหรือขั้นตอนเป็นอย่างไร

โค้ชอาจใช้เรื่องราวเล่าขาน หรืออุปมาอุปไมย หากเห็นว่าข้อมูลนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาของโค้ชชี่ คำพูดของโค้ชจะให้เกียรติโค้ชชี่และเน้นเชิงบวกเสมอ ดังนั้นเมื่อโค้ชชี่ติดอยู่ในกรอบที่ไม่สร้างสรรค์ ขึ้นจากหลุมพรางนั้นด้วยตนเองไม่ได้ โค้ชสามารถใช้คำพูดปรับกรอบความคิด (Reframe) ของโค้ชชี่ เพื่อกระตุ้นการก้าวไปข้างหน้าได้อย่างเชี่ยวชาญ

การโค้ช Coaching and Mentoring

กระบวนการการเรียนรู้ ไปสู่ผลลัพธ์  (Plan, Progress, and Results)

ช่วยให้โค้ชชี่ค้นพบ หรือตระหนักในข้อที่เคยมองข้ามบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่น บางครั้งการอยู่กับเรื่องใดเรื่องหนึ่งมานาน ทำให้คนเราเข้าใจหรือมองเห็นสิ่งต่างๆเกี่ยวกับตนเองหรือรอบๆตัวจากสิ่งที่ตนเองเห็น ไม่ใช่จากสิ่งที่มันเป็น ดังนั้นหากโค้ชรีบด่วนสรุปว่าสิ่งที่โค้ชชี่พูดออกมาเบื้องต้นคือความหมายทั้งหมดแล้ว  การเรียนรู้อาจไม่เกิดคุณค่าต่อโค้ชชี่อย่างแท้จริง โค้ชช่วยให้โค้ชชี่ตะหนักในจุดแข็งตนเอง ช่องว่างที่อาจต้องการการพัฒนา

โค้ชช่วยให้โค้ชชี่ตระหนักได้ว่า ความแตกต่างของเรื่องที่

  • “ไม่สลักสำคัญนัก” กับ “สำคัญยิ่ง”
  •  “เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว”  กับ “เกิดขึ้นเสมอ ซ้ำๆ”
  •  “การพูดเฉยๆ” กับ “การลงมือทำ”

สามารถพัฒนาและดำเนินการตามแผนการโค้ช โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลได้ เป็นไปได้ สามารถระบุให้โค้ชชี่เห็นได้ถึงความสำเร็จระหว่างทางที่เกิดขึ้น ยืดหยุ่นหากต้องปรับแผนให้สอดคล้องกับสไตล์การเรียนรู้และสถานการณ์ของโค้ชชี่ ช่วยให้โค้ชชี่เข้าถึงแหล่งข้อมูล ความรู้ การฝึกปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ช่วยโค้ชชี่สำรวจ ระดมสมองในกิจกรรม การลงมือปฏิบัติ ทางเลือกต่างๆ ที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้และการพัฒนาไปสู่ผลลัพธ์ที่เขาต้องการ สนับสนุนการเรียนรู้นอกเหนือจากเวลาที่ได้พบโค้ช สนับสนุนการขยับขีดความสามารถของตนเองในบรรยากาศเป็นมิตร สนับสนุนการลงมือทำทันทีตรึงความสนใจ ใส่ใจของโค้ชชี่ในเป้าหมายและสิ่งที่สำคัญต่อเขา โดยให้โค้ชชี่รับผิดชอบ ในการลงมือทำตามแผนและกรอบเวลาที่กำหนดไว้ ในความคืบหน้าและการพัฒนาของตน และในการบรรลุผลลัพธ์ที่ตั้งไว้

โค้ชสามารถถามคำถามเพื่อติดตามการลงมือปฏิบัติที่ได้รับปากไว้ในครั้งก่อน กล่าวชื่นชมในสิ่งที่เขาลงมือทำหรือมีความคืบหน้า และชงคำถามเชิงบวกกระตุ้นวินัยหากเขาไม่ได้ทำตามที่ตกลงกัน

โค้ชช่วยทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้ ช่วยโค้ชชี่ พัฒนาความคิด ศักยภาพในการตัดสินใจ การรุดหน้าพัฒนาตนผ่านการได้รับ feedback และแสวงหาประสบการณ์การเรียนรู้ การปฏิบัติเช่นนี้ได้ โค้ชจึงจำเป็นต้องจัดระเบียบข้อมูลความ  คืบหน้าของโค้ชอย่างมีแบบแผน เพื่อให้สามารถทบทวนและกล่าวถึงความต่อเนื่องของการโค้ชแต่ละครั้งได้เสมอ

อบรมการโค้ช สอนการโค้ช การสอนงาน Coaching

Tagged as: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Categorised in: การสร้างวัฒนธรรมการโค้ช, การสื่อสาร, การโค้ชอย่างมีประสิทธิผล: Effective Coaching, ดร. อัจฉรา จุ้ยเจริญ Atchara Juicharern, อบรมการสื่อสาร: Effective Communication, Coaching in Thailand

AcComm and Image International

Tel. + 662 1974588-9 

Official website: www.aclc-asia.com

%d bloggers like this: