Training and Coaching in Thailand – Magazine by AcComm

การโค้ชภาวะผู้นำ Leadership Coaching and ROI

Leadership COACHING ACComm and Image International

LEADERSHIP COACHING

FASHION OR PROFIT

 โดย ดร. อัจฉรา จุ้ยเจริญ – ที่ปรึกษา และโค้ชผู้บริหารที่ได้รับรองจากสหพันธ์โค้ชนานาชาติ

ผู้เชี่ยวชาญด้าน  Leadership Coaching, Group & Team Coaching and Professional Image Coaching

http://www.spg-asia.com/Coaching.html

ผลจากการศึกษาผู้บริหารกว่าแปดหมื่นคนจากทั่วโลกขอกูรูด้านภาวะผู้นำเบอร์หนึ่งของโลก ดร. มาแชล โกลด์สมิท ได้พบว่า เพียงการส่งผู้บริหารเข้ารับการอบรมภาวะผู้นำนั้นไม่ได้ส่งผลให้ผู้บริหารมีภาวะผู้นำที่มีประสิทธิผลสูงขึ้น แต่กลับพบว่า การพัฒนาภาวะผู้นำที่มีการติดตามผลต่อเนื่องต่างหากที่นำไปสู่ประสิทธิผลที่สูงขึ้น ซึ่งการติดตามผลนั้น มาจากการสนับสนุนของคู่คิดที่รู้จักในนามว่า “โค้ชของผู้นำ หรือโค้ชของผู้บริหาร”  ซึ่งโค้ชช่วยสนับสนุนและเป็นคู่คิดให้กระบวนการการพัฒนาและปรับเปลี่ยนตามที่ผู้บริหารตั้งใจไว้นั้นเกิดขึ้นได้โดยสำเร็จ ในปัจจุบันมีทั้งรูปแบบตัวต่อตัว และเป็นกลุ่ม (การโค้ชกลุ่มย่อย)

ไม่มีการศึกษาใดที่ระบุว่า โค้ชภายนอก ดีกว่าโค้ชภายในองค์การ ดังนั้นโค้ชภายในองค์การเอง  หากได้รับการพัฒนาสมรรถนะของโค้ชจนมีความเชี่ยวชาญและมีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ หาประสบการณ์ใหม่ๆ ก็สามารถเป็นโค้ชที่มีประสิทธิผลได้ หากพัฒนาผู้บริหารให้เป็นโค้ชที่ดี ผู้สอนหรือมาสเตอร์โค้ชต้องแนะนำผู้บริหารด้วยว่าเมื่อไหร่ท่านควรโค้ชและเมื่อไหร่ควรใช้วิธีอื่นในการพัฒนาและปรับเปลี่ยนผู้ใต้บังคับบัญชา และวัตถุประสงค์ของการโค้ชคืออะไร เพราะเวลาและวิธีการที่ใช้แตกต่างกันไปค่ะ เช่น

  •  โค้ชทักษะเฉพาะของผู้นำ (Specific leadership skills)
  •  โค้ชเพื่อปรับตัวสู่การเปลี่ยนแปลง (Organization Change)
  •  โค้ชเพื่อเตรียมความพร้อมไปสู่ตำแหน่งในอนาคต (Skills development for transitions)
  •  เพื่อแก้ไขปัญหาบางอย่างที่โค้ชชี่ต้องการความช่วยเหลือ (Specific problems)

 

ROI จากการโค้ช

99% ของสิ่งที่เราคิด และพฤติกรรมที่แสดงออกทุกวันนี้ เป็นไปโดยอัตโนมัติหรือจากอุปนิสัยความเคยชินนั่นเอง วิลเลี่ยม เจมส์  ปรมาจารย์คนแรกที่สอนหลักสูตรจิตวิทยาในสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวยืนยันไว้เช่นนั้น ดังนั้นการนำตนเองหลุดออกมาจากกรอบอัตโนมัติของเราจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

การวิจัยต่างๆยืนยันว่า พฤติกรรมผู้นำเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญมากด้านหนึ่งต่อผลงานขององค์การ (Organization Performance)   สหพันธ์โค้ชนานาชาติ (ICF- International Coach Federation) ที่ก่อตั้งขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์ในการยกระดับศาสตร์และศิลป์ของการโค้ช และรับรองคุณสมบัติของโค้ชในระดับสากล ได้เผยในการวิจัยชิ้นหนึ่งว่า การโค้ชที่ดี นำไปสู่การคืนทุนที่ลงไปถึงเจ็ดเท่า (ROI- Return on Investment) เมื่อองค์การเป็นผู้ลงทุน และสามเท่าสำหรับผู้ที่ลงทุนจ้างโค้ชด้วยตนเอง นอกจากนั้นยังได้พบว่า การโค้ชที่ดี ทำให้ ความพึงพอใจของบุคลากรในการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้น 53%  ความพึงพอใจของลูกค้า 53%  ผลิตภาพของการปฏิบัติงาน 53%  สัมพันธภาพของเพื่อนร่วมงาน 63%  และแน่นอนนั่นเป็นผลมาจากกระบวนการโค้ชที่มีประสิทธิภาพด้วย

 

โค้ชจะโค้ชอะไร เพราะผู้บริหารน่าจะเก่งรอบตัวอยู่แล้ว

ผู้บริหารระดับมักมีตำนานความสำเร็จ หรือสร้างผลงานที่ทำให้องค์กรก้าวไกลมาได้เช่นปัจจุบัน แต่ลองมาดูกรณีศึกษาดังต่อไปนี้ค่ะ ว่าถ้าปล่อยไว้และไม่โค้ช จะเป็นปัญหาตามมาหรือไม่

กรณี Engage or Kill:  ทีมงานกำลังสูญเสียคนดีคนเก่งที่สรรหาจ้างมาด้วยความยากลำบากไปหลายคนแล้ว สร้างความผูกพันในองค์กรไม่ได้  ดร. มาแชล โกลด์สมิท ได้ระบุ 21 พฤติกรรม ที่ผู้บริหารแสดงออกต่อผู้ใต้บังคับบัญชาของตนโดยไม่รู้ตัวและนำไปสู่อุปสรรคต่อความสำเร็จในปัจจุบันและอนาคต เช่น ใส่ความคิดเห็นของตนกับทุกเรื่องจนลูกน้องเข้าใจว่านั่นคือคำสั่ง  ให้ความคิดเห็นด้านลบเกี่ยวกับผู้ใต้บังคับบัญชาต่อหน้าผู้อื่นเพราะตนเองเข้าใจว่าการพูดตรงๆเป็นเรื่องดี เป็นต้น (รายละเอียดอ่านได้จาก Book Review “What Got You Here Won’t Get You There” : http://www.spg-asia.com/newsPress_Articles.html)

กรณี Delegate or Die: ผู้บริหารอายุน้อยแต่มากความสามารถที่สร้างยอดขายให้ท่าน ปีละ 500 ล้าน และกำลังจะทำให้เป็นพันล้าน  เขาทุ่มเททำงานที่ผู้ใต้บังคับบัญชาทำไม่ได้อย่างใจ และดึงทุกอย่างมาทำด้วยตนเอง เขากำลังเริ่มมีชีวิตการงานและส่วนตัวไม่สมดุล ท่านไม่อยากเสียเขาไป

กรณี Female Executive:  ผู้บริหารหญิงที่สร้างทีมการตลาดและการขายที่แข็งแกร่ง ยอดทะลุเป้า 20% สูงขึ้นทุกปี บริษัทเห็นศักยภาพที่จะส่งไปดูแลกิจการต่างประเทศ แต่เธอเกริ่นถึงความไม่มั่นใจในการวางตัวหรือบริหารลูกทีมจากต่างวัฒนธรรม

กรณี Script won’t help!:  เมื่อครั้งที่ยังเป็นผู้บริหารระดับกลาง เน้นการบริหารงานกับคน แต่พอก้าวสูงขึ้นมา การสื่อสารคืออาวุธที่สำคัญของผู้บริหารระดับสูง จากการศึกษาด้านการสื่อสารองค์กรของสถาบันการเงินในประเทศไทย 8 แห่งด้วยกันในปี 2010  พบว่า  ร้อยละ 70  ของบุคลากร เห็นว่าการสื่อสารเป้าหมายและความคาดหวังที่ชัดเจนจากผู้บริหารระดับสูงมีความสำคัญต่อผลสำเร็จในการสื่อสารของพวกเขาทั้งกับลูกค้าภายนอกและภายในองค์กร   ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบทบาทสำคัญของบริหารระดับสูงคือสื่อสารวิสัยทัศน์ เป้าหมาย ความคาดหวัง ทิศทางองค์การ เพื่อให้การปฏิบัติงานไปในทิศทางเดียวกัน อย่างไรก็ตามผู้บริหารไม่น้อยที่หนักใจต่อความจำเป็นด้านนี้  เพราะต่อให้มีบทพูดเตรียมให้ แต่การสื่อสารในระดับนี้สื่อสารไปแล้วผู้คนเข้าใจไม่เพียงพอ ยังต้องโน้มน้าวสร้างแรงบันดาลใจได้อีก นอกจากนี้ผู้บริหารบางท่านมักกังวลกับการตอบคำถามสดๆ Script จึงช่วยไม่ได้ แต่ต้อง Think on Your Feet® (คิดและปรับเปลี่ยนการพูดสดๆ)

กรณีเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนเท่านั้นของเหตุผลที่ผู้บริหารต้องการความช่วยเหลือจากคู่คิด “โค้ช”

 

ความสำเร็จของการโค้ชผู้บริหาร มาจากตัวโค้ชหรือไม่

โค้ชที่เชี่ยวชาญในกระบวนการการโค้ชมีส่วนสร้างความสำเร็จในการพัฒนา  โค้ชเองก็จำเป็นต้องมีสมรรถนะหลักเพื่อการโค้ชที่นำไปสู่ผลลัพธ์เช่นกัน ตำราด้านโค้ชทั้งหลายมีวิธีการเรียกชื่อและเรียบเรียงสมรรถนะแตกต่างกันไป ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่โค้ชแต่ละท่านมักค้นพบแนวทางที่ตนเองประสบความสำเร็จมา หรือที่เราเรียกว่า “Find your own coaching voice” นั่นเอง แต่ที่ทุกค่ายมีเหมือนกันนั้นคือ ต่างมุ่งหวังให้ผู้ได้รับการโค้ชได้ใช้ศักยภาพของตนเองสูงสุด และมีความรับผิดชอบในการลงมือปฏิบัติเพื่อให้เกิดการพัฒนา

แนวทางการเลือกโค้ชคืออะไร

เพื่อความมั่นใจว่ากระบวนการมีประสิทธิผลต่อองค์การหรือหน่วยธุรกิจ ควรตอบคำถามเหล่านี้ก่อน

 ข้อแรก องค์กรส่วนใหญ่มีสมรรถนะผู้นำกำหนดไว้อยู่แล้ว (Leadership Competency) หากเราจะใช้สมรรถนะเหล่านั้นเป็นเป้าหมายในการโค้ช ลองคิดอีกทีว่าในสภาวะปัจจุบัน สมรรถนะเหล่านั้นส่งเสริมกลยุทธ์ขององค์การของเรา หรือของคู่แข่งของเรากันแน่ ความต้องการของธุรกิจของเราอยู่ตรงไหนในปัจจุบันและอนาคต  เป้าหมายในการโค้ชควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้เข้ามาและประเมินคุณลักษณะและสมรรถนะของผู้บริหารที่จะโค้ชว่ามีอะไรที่เป็นจุดแข็งที่สอดคล้องอยู่แล้ว และควรได้รับการดึงออกมาใช้ให้มากขึ้น และอะไรที่ขาดไปและสามารถพัฒนาขึ้นมาได้บ้าง ยกตัวอย่างเช่น กลยุทธ์ขององค์การในปัจจุบันมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดและการเติบโตด้วยนวัตกรรมหรือการขายและการตลาด หรือเน้นการบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุน หรือเน้นการเปลี่ยนแปลงตามกระแสแบบค่อยเป็นค่อยไป  ผู้บริหารแต่ละท่านมีจุดอ่อน จุดแข็งต่างกัน บางท่านถนัดด้านการผลักดันการเปลี่ยนแปลง  บางท่านก็ถนัดในการวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้การลงทุนเห็นผลว่าเป็นการช่วยทั้งความสำเร็จของผู้บริหารและองค์การโดยรวม จึงควรตอบคำถามนี้ก่อนว่าสมรรถนะและพฤติกรรมที่ต้องการคืออะไร

ข้อสอง ทีมผู้บริหารระดับสูงของผู้ได้รับการโค้ชสนับสนุนหรือไม่ การไม่สนับสนุนมักมาจากการที่มองไม่เห็นกระบวนการที่เชื่อมโยงไปสู่ ROI  ดังนั้นควรมี แผนการโค้ชส่งให้กลุ่มผู้สนับสนุนได้เห็นว่าจะเกิดการคืนทุนได้อย่างไร

ข้อสาม ใครจะมีส่วนร่วมและใครควรได้รับการโค้ช เป็นกลุ่มผู้มีศักยภาพสูงเท่านั้น หรือใครก็ได้ที่อยู่ในตำแหน่งที่สำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจ

ข้อสี่ ควรใช้วิธีการโค้ชแบบใด ต้องการใช้เชิงจิตวิทยา หรือเชิงพฤติกรรม  ในเชิงจิตวิทยาโค้ชเป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนกระบวนการ และเน้นย้อนกลับไปในอดีตเพื่อหาคำตอบว่าทำไมจึงเกิดปัญหา  แต่เชิงพฤติกรรมจะเห็นว่าผู้บริหารที่ได้รับการโค้ชหรือโค้ชชี่เป็นศูนย์กลาง และไม่สนใจว่าอดีตเป็นอย่างไร และเชื่อว่าหากโค้ชชี่ต้องการเปลี่ยนแปลงแล้ว ความสำเร็จในการเปลี่ยนจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

ข้อห้า กำหนดว่าจะประเมินผลสำเร็จอย่างไร ตัวอย่างเช่น ดร. มาแชล โกลด์สมิทใช้แบบสำรวจทุกๆ สามเดือน เพื่อประเมินความคืบหน้าของการพัฒนา  โดยให้ผู้มีส่วนได้ ส่วยเสียในการพัฒนาเป็นผู้ร่วมกรอกแบบสำรวจ

ข้อหก กระบวนการยาวนานเท่าไหร่  การโค้ชด้านพฤติกรรมเพื่อให้เกิดผล มักใช้เวลาประมาณ 12 เดือน หากภายใน 12 เดือนยังไม่เห็นผล อาจต้องกลับมาดูว่า เป้าหมายที่ตั้งไว้สูงไป หรือโค้ชไม่ได้ใช้กระบวนการที่เหมาะสม

การโค้ชผู้บริหารหลายๆท่าน ยังช่วยให้เราเห็นแนวโน้ม (Trend) โดยรวมของผู้บริหารส่วนใหญ่ในองค์การได้ด้วย  เช่น ส่วนใหญ่มีแนวโน้มพฤติกรรมหนักไปด้านใด รอบคอบ เห็นอกเห็นใจบุคลากร  หรือ มุ่งเน้นผลลัพธ์ของเป้าหมายหลักและไม่ถนัดด้านการพัฒนาผู้สืบทอด    และนั่นหมายถึงอิทธิพลที่มีต่อวัฒนธรรมองค์การหรือไม่  และในอนาคตจะนำข้อมูลนี้ไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาองค์การอย่างไร

ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ

อัจฉรา

AcComm & Image International

Tel: (66) 2197 4588-9   Email: info@spg-asia.com

http://www.spg-asia.com/Coaching.html

 

Tagged as: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Categorised in: การโค้ชอย่างมีประสิทธิผล: Effective Coaching, พัฒนาภาวะผู้นำ: Leadership Development

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

AcComm and Image International

Tel. + 662 1974588-9 

Official website: www.aclc-asia.com

%d bloggers like this: