ทักษะการโค้ช Effective Coaching Skills

ทักษะการโค้ชสำหรับผู้บริหารระดับสูงในองค์กร:

โดย ดร. อัจฉรา จุ้ยเจริญ  www.spg-asia.com, Email: info@spg-asia.com, Tel. (66) 2197 4588-9

ดิฉันได้ยินความกังวลข้อนี้บ่อยๆ จากเพื่อนฝูงที่เป็นผู้บริหารในองค์กรซึ่งได้รับมอบหมายให้โค้ชผู้ใต้บังคับบัญชาซึ่งเป็นผู้บริหารระดับรองลงไป และเชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านที่สนใจเรื่องการพูดคุยระหว่างการโค้ชที่มีคุณภาพและประหยัดเวลา ดิฉันจึงนำวิธีการจากกูรูของดิฉันมาแลกเปลี่ยนให้ฟัง

iAwardM
ถึงแม้การสอนหรือพัฒนาแบบตัวต่อตัว (Coaching) จะเป็นการพัฒนารูปแบบหนึ่งที่มาแรง และเป็นบทบาทหน้าที่ที่สำคัญของผู้นำในองค์กร ในการถ่ายทอดวิทยายุทธ์ให้กับผู้นำในอนาคตหรือตัวตายตัวแทนในอนาคต ดร.โกลด์สมิท เองก็ได้รับคำบ่นจากบุคลากรระดับผู้จัดการบ่อยๆ ว่าหัวหน้าของเขาเป็นโค้ชที่ไม่มีประสิทธิภาพ ส่วนผู้บริหารที่เป็นโค้ชเองก็ยังมีความกังวลว่า ผลของการโค้ชอาจออกมาเป็นลบมากกว่าบวก หรือการพูดคุยขาดคุณภาพ ไม่ทราบขั้นตอนว่าจะขึ้นต้นอย่างไร จบอย่างไร และเป็นการเสียเวลาทั้งสองฝ่ายหรือไม่

ดร.โกลด์สมิท เป็นโค้ชของผู้บริหารที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นปรมาจารย์ในการโค้ชผู้มีชื่อเสียง และช่วยพัฒนาผู้นำในองค์กรต่างๆ รวมถึงระดับ บริษัท “FORTUNE 500” มาแล้ว เพื่อให้ปัญหาดังกล่าวหมดไป ดิฉันขอแนะนำวิธีการของท่าน ซึ่งเป็นเทคนิคการโค้ชง่ายๆ ที่มีประสิทธิผล เป็นการใช้เวลาอย่างมีคุณค่า โดยใช้กระบวนการ 6 คำถาม ใช้เวลาพูดคุยครั้งละประมาณ 30 นาที

ก่อนอื่น สำคัญมากคือ ต้องเริ่มจากเปลี่ยนทัศนคติและเข้าใจก่อนว่า การโค้ชไม่ใช่การสั่งและบังคับให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำอย่างนั้นอย่างนี้อย่างที่ตนต้องการ หนึ่ง-โค้ชต้องใช้คำถามในการพูดคุย  สอง-มุ่งความสำคัญไปที่อนาคต ไม่ใช่อดีต และสาม-พยายามเน้นการนำไปปฏิบัติให้เกิดผลได้ ไม่ใช่พยายามพิสูจน์ว่าใครถูกใครผิด บางครั้งผู้บริหารแยกไม่ออกว่าการโค้ชกับการตามงานไม่เหมือนกัน หรือบางครั้งการเรียกมาให้ feedback เรียกมาดุก็มักบอกว่า “โค้ชอยู่แล้วทุกวันไม่เห็นดีขึ้นเลย” ดร.โกลด์สมิท แนะนำกระบวนการพูดคุยเพื่อการพัฒนาดังนี้ค่ะ

การใช้คำถามในการโค้ช:   

โค้ชที่ดีมีทักษะการเลือกใช้คำถามที่เน้นการพัฒนาในอนาคต และคำถามที่่ดีมาจากการรับฟังโค้ชชี่อย่างเปิดใจ และไม่มีอคติใดๆ   ผู้ที่ไปเรียนการโค้ชมาควรระวังการตั้งถามตาม script เพราะผู้ได้รับการโค้ชสามารถรับรู้ได้ว่าโค้ชฟังเขาหรือไม่ การเข้าใจตรงกันในกระบวนการการสนทนาที่ดีทั้งโค้ชและโค้ชชี จะช่วยให้การพูดคุยเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ได้ วันนี้มีรูปแบบหนึ่งของหลากลายกระบวนการถาม ซึ่งเรียกว่า กระบวนการ 6 คำถามมาแลกเปลี่ยนค่ะ เป็นกระบวนการที่ดิฉันได้เรียนรู้จาก ดร. มาแชล โกลด์สมิท ค่ะ

กระบวนการ 6 คำถาม ที่ผู้บริหารระดับสูงสามารถใช้ในการโค้ชมีดังนี้
คำถามที่หนึ่ง คำถามแรก “คุณคิดว่าองค์กรของเรามีเป้าหมาย (โฟกัสไปทึ่ทิศทาง และวิสัยทัศน์) อย่างไร”

เริ่มจากการช่วยให้ผู้ได้รับการโค้ชมองภาพรวมขององค์กร เช่น เขามององค์กรมีเป้าหมาย ทิศทาง วิสัยทัศน์ และการ ลำดับความสำคัญอย่างไร ผลลัพธ์ของคำถามข้อนี้ในการโค้ชคือ ความสอดคล้องหรือความเข้าใจที่ตรงกันในทิศทางองค์กรและเป้าหมาย (alignment) คำถามนี้ จะช่วยตัดประเด็นที่โค้ชมือใหม่มักกังวลว่า ถ้าถามเปิดกว้างแล้ว โค้ชชี่จะพาไปที่เป้าหมายการพัฒนาที่ไม่เกี่ยวกับงาน

 คำถามที่สอง “ทีมของเคุณกำลังมุ่งความสำคัญไปทางใด” คำถามนี้เป็นคำถามที่โค้ชเจาะลึกลงไปให้ทราบว่า สำหรับผู้ได้รับการโค้ชนั้น เขาหรือเธอมีวิสัยทัศน์หรือเป้าหมายส่วนตัวอย่างไร และจัดลำดับความสำคัญอย่างไร โค้ชควรแลกเปลี่ยนมุมมองของตนและสิ่งที่ถูกต้องเช่นเดียวกัน จากคำถามนี้โค้ชจะได้รับรู้มุมมองว่า เขาหรือเธอมีทิศทางเดียวกันกับองค์กรหรือไม่ และจะได้ปรับมุมมองให้ตรงกัน

คำถามที่สาม “อะไรที่คุณและทีมของคุณไปได้สวย” คำถามนี้เปิดโอกาสให้โค้ชได้แสดงความชื่นชมในผลงานที่ดีและความสำเร็จของผู้ใต้บังคับบัญชาและทีมของเขาหรือเธอ ผู้ใต้บังคับบัญชาส่วนใหญ่มักรู้สึกว่าเขาไม่ได้รับการกล่าวถึงหรือจดจำสักเท่าไหร่จากผู้บังคับบัญชาของเขาเอง นี่เป็นโอกาสที่ดีที่ผู้บริหารที่ทำหน้าที่โค้ชด้วยจะได้กล่าวขอบคุณและชื่นชม และยืนยันว่าองค์กรเราจดจำคนเก่งและคนดี หลายๆครั้งคุณอาจได้ค้นพบเรื่องดีๆที่ไม่ทราบมาก่อนและจะได้ไม่พลาดโอกาสในการนำความสำเร็จนี้มาฉลองร่วมกัน

คำถามที่สี่ “อะไรที่เขาต้องการพัฒนา”  นั่นคือการถามว่าอะไรเป็นเรื่องสำคัญที่เขาหรือเธอคิดว่า เขาหรือเธอควรได้รับการปรับปรุง พัฒนา นี่เป็นโอกาสที่โค้ชจะให้การสนับสนุน ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาในอนาคต ในการแลกเปลี่ยนความเห็นนี้ ผู้บริหารที่เป็นโค้ชต้องระวังไม่ให้ตนเองพูดมากไป ให้จำกัดในเรื่องสำคัญ พูดมากไปอาจไม่ช่วยแต่ฉุด โค้ชอาจถามเพิ่มได้ว่า “ถ้าคุณเป็นโค้ชของตนเอง คุณมีคำแนะนำอะไรให้กับตนเองในการพัฒนา”  โค้ชเสริมและเพิ่มความมั่นใจและกำลังใจ
 คำถามที่ห้า “อยากให้ผมช่วยคุณอย่างไร” โค้ชต้องฟังดีๆ ในคำตอบนี้ และวิธีที่ตกลงกันควรมาจากความเห็นของโค้ชชี่ และโค้ชถามเพิ่มเติมว่าจะปฏิบัติตามวิธีการที่ตกลงกันอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร จากนั้นโค้ชถามเพิ่มได้ว่าแนวทางนี้จะช่วยให้เขาหรือเธอมีประสิทธิผลมากขึ้นหรือไม่ และตกลงกัน ในวันเวลาที่จะติดตามผล

คำถามที่หก “คุณมีคำแนะนำอะไรให้กับโค้ช” หรือ “ถ้าคุณเป็นโค้ชของตนเอง จะแนะนำตนเองอย่างไร”  คำถามนี้เป็นการสร้างสมดุลในการพูดคุย ไม่ให้เป็นแบบทางเดียว ผู้ได้รับการโค้ชจะสบายใจในการพูดคุยกับคุณมากขึ้น ถ้าคุณเป็นโค้ชที่ยินดีรับฟังจากเขาเช่นกัน

ถ้าเราช่วยให้ผู้บริหารระดับสูงเป็นโค้ชภายในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพได้ ก็จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการนำโค้ชข้างนอกเข้ามา โค้ชภายในมีข้อดีตรงที่เข้าใจวัฒนธรรมในองค์กรได้ดีและมีประสบการณ์ตรงในตำแหน่งงาน อย่างไรก็ตาม องค์กรอาจเลือกใช้โค้ชภายนอกหากมีข้อจำกัดในเรื่องเวลา หรือความเชี่ยวชาญในด้านพฤติกรรมที่อยากพัฒนา หรือต้องการแนวคิดแปลกใหม่เข้ามา

***************************

Leave a Reply

Please log in using one of these methods to post your comment:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s